เช้านี้ที่หมอชิต

พ่อค้าแม่ค้าโอดครวญ ทุนหายกำไรหด

เช้านี้ที่หมอชิต - แม้ว่าก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. จะมีมติตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ต่ออีก 2 เดือน แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็ยังพากันโอดครวญ เพราะยังคงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บวกกับค่าขนส่งอยู่ดี ขณะที่วัตถุดิบอื่นแพงขึ้น แต่ก็ยังต้องขายราคาเดิมเพราะกลัวลูกค้าหนี

จากความเดือดร้อนวัตถุดิบที่จำเป็นในการดำรงชีพหลายอย่างปรับราคาสูงขึ้น กระทบกันเป็นลูกโซ่ ทำให้เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. มีมติให้คงราคาก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ที่ 318 บาท ต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ต่อไปอีก 2 เดือน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2565 เป็นวันที่ 31 มีนาคม 2565 

แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าอาหารหลายคนก็บอกว่า แม้ตอนนี้จะยังไม่ขึ้นราคา แต่ก็ยังได้รับผลกระทบอยู่ดี เช่น พ่อค้าขายไส้กรอก และลูกชิ้นทอด ที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด บอกว่า ก๊าซหุงต้มที่ซื้อมาใช้ทุกวันนี้ ใช้ขนาดถัง 15 กิโลกรัม แม้ราคาจะอยู่ที่ถังละ 308 บาท 41 สตางค์ แต่ก็ยังต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่มอีกถังละ 21 บาท 59 สตางค์ และก็ยังต้องเสียค่าขนส่งอีกถังละ 10-20 บาท เมื่อรวมราคาแล้ว ก็ต้องซื้อในราคาถังละ 340-350 บาท อยู่ดี และมาประจวบเหมาะกับที่วัตถุดับหลักอย่าง เนื้อหมู เนื้อไก่ ที่ใช้ทำไส้กรอก พาเหรดขึ้นราคาพร้อม ๆ กัน ซ้ำค่าน้ำมันก็ปรับขึ้นเกือบจะทุกวัน ก็ยิ่งทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นไปอีก ในขณะที่ตนเองก็ยังคงต้องขายลูกชิ้นและไส้กรอกในราคาเดิม เพราะถ้าหากขึ้นราคาก็กลัวว่าลูกค้าจะหนี

ขณะที่ เจ้าของร้านขายก๊าซหุงต้มเองก็บอกว่า ตั้งแต่สินค้าหลายตัวปรับราคาขึ้น ทำเอาร้านขายก๊าซหุงต้มเงียบไปด้วยเหมือนกัน และก็ยอมรับว่า ทางร้านเองก็มีต้นทุนทั้งค่าจ้างแรงงานคนไปส่งถังก๊าซ และค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องบวกราคาขนส่งต่อถังไปด้วย และภาษีมูลค่าเพิ่มต่อถัง ก็ทำให้ประชาชนที่ซื้อก๊าซหุงต้มขนาดน้ำหนัก 15 กิโลกรัม ต้องบวกไปอีกถังละ 40-50 บาท