สนามข่าว 7 สี

จับ 5 พรานป่า ฆ่าเสือโคร่งกลางป่า เจ้าตัวอ้างแค้นมากินวัว จ.กาญจนบุรี

สนามข่าว 7 สี - มอบตัวแล้ว 5 นายพรานใจโหด ล่าเสือโคร่งในป่าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ย้ำชัดตัวเองเป็นแค่ชาวบ้าน ส่วนที่ลงมือ อ้างเพราะแค้นเสือบุกขย้ำวัวตายกว่า 20 ตัว จึงตัดสินใจก่อเหตุ

ความคืบหน้ากรณีแก๊งนายพรานโหดล่าเสือโคร่ง 2 ตัว ชำแหละเนื้อถลกหนังตากแห้ง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ทั้งหมดไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน เหตุเกิดระหว่างวันที่ 8-11 มกราคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ป่าห้วยปิล๊อก ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

ก่อนที่ นายเจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จะเข้าแจ้งความกับตำรวจ พร้อมระบุหลักฐานที่นำส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก ประกอบด้วย ซากเสือโคร่งเพศผู้กับเพศเมีย จำนวน 2 ซาก, อาวุธปืนลูกซองยาว มีทะเบียน 1 กระบอก, ปลอกกระสุนปืนลูกซอง 5 ปลอก, ปืนแก๊ปแบบไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก พร้อมด้วยเครื่องกระสุนปืนลูกตะกั่ว 176 ลูก, ดินปืน 2 ขวด กับอีก 1 ถุง, อาวุธปืนยาวขนาด จุด 22 ติดลำกล้อง 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 50 นัด, แผ่นแก๊ป 150 นัด, ซองพัสดุบริษัทขนส่ง (มีชื่อผู้รับพัสดุระบุชื่อ ดาว คงจิตรวิวัฒน์), ซองบรรจุยาลดความดัน 1 ซอง (ผู้ป่วยชื่อนางโพเจ๊ะ ไม่มีนามสกุล), ระเบิดปิงปอง จำนวน 22 ลูก, มีดพก 4 เล่ม, ไฟฉาย 3 อัน, แผงโซลาร์เซลล์ พร้อมหม้อแปลง 1 ชุด, สายชาร์จไฟฉาย 2 เส้น, หม้อสนาม 3 ใบ, เปล 5 หลัง, เชือกกลม 5 เส้น, เชือกแบน 2 เส้น, สลิงก์ฉีดยา 2 อัน, จอบ 1 เล่ม, เสียม 1 เล่ม, ยากำจัดพยาธิสำหรับสัตว์ 1 ขวด, ยาปฏิชีวนะสำหรับสัตว์ 1 ขวด, แอลกอฮอล์ผสมฟ้าทะลายโจร 1 ขวด, เข็มขัดสนาม 1 เส้น, คีมคีบ 1 อัน, หน้ากากดำปลา 2 อัน และกรรไกรอีก 1 อัน

ซึ่งช่วงสายเมื่อวานนี้ (13 ม.ค.) ตำรวจ สภ.ปิล๊อก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบของกลางและเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยมีหลายหน่วยงานร่วมสังเกตการณ์

ส่วนเจ้าหน้าที่อีกชุดได้นำกำลังลงพื้นที่บ้านพักกลุ่มผู้ต้องสงสัยในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ทันที กระทั่งทราบตัวผู้ก่อเหตุ และมีการประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลปิล๊อก ให้นำลูกบ้านเข้ามอบตัวกับตำรวจ ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

เจ้าหน้าที่จึงนำรถไปรับตัวบริเวณจุดตรวจเชิงเขาบ้านไร่ ตำบลปิล๊อก เพื่อคุมตัว นายกูกือ ยินดี อายุ 37 ปี, นายจอแห่ง พนารักษ์ อายุ 38 ปี, นายศุภชัย เจริญทรัพย์ อายุ 34 ปี และนายรัชชานนท์ เจริญทรัพย์ อายุ 30 ปี เป็นน้องชายของนายศุภชัย

โดยคุมตัวทั้งหมดมาเค้นสอบดำเนินคดี แต่ตอนแรกทั้งหมดยังไม่ยอมเปิดปากให้การซัดทอดถึงใคร และยังคงยืนยันว่าผู้ก่อเหตุมีเพียงแค่ตน 4 คนเท่านั้น พร้อมกับสารภาพว่า พวกตนมีอาชีพเลี้ยงวัว อ้างว่าช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ วัวของชาวบ้านและวัวของตนเองถูกเสือโคร่งมากิน และกัดตายไปร่วมกว่า 20 ตัวแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร ด้วยความแค้นจึงนำอาวุธปืนไปดักซุ่มยิง ส่วนที่ข่าวนำเสนอว่าพวกตนนำวัวไปล่อเป็นเหยื่อให้เสือออกมานั้น ไม่เป็นความจริง

ผู้ต้องหายืนยันไม่ได้ตั้งแคมป์ก่อเหตุล่าสัตว์ตามที่เป็นข่าว แต่ไปเจอเสือขย้ำวัวกลางวันแสก ๆ จึงไปดักซุ่มยิง โดยใช้ปืนแก๊ปยิงเสือตัวเมียเป็นตัวแรก ส่วนอาวุธปืนลูกซองที่ตรวจพบว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรายหนึ่งนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่าได้ยืมมาจากเจ้าหน้าที่ อปพร.ที่รู้จักกัน โดยนำมาเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น

ผู้ต้องหาย้ำชัดสาเหตุที่ลงมือ เพราะต้องการป้องกันทรัพย์สินของตัวเอง ไม่ได้มีเจตนาฆ่าเพื่อการค้าอย่างที่ถูกกล่าวหา ส่วนที่ถลกหนังเสือ นำเนื้อไปตากแห้ง เพราะเสียดาย ในเมื่อสัตว์ตายไปแล้วก็คิดว่าน่าจะนำมากินได้

แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ในความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507, ร่วมกันเก็บหาของป่า อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต, ร่วมกันล่อ หรือนำสัตว์ป่าออกไป หรือกระทำให้เกิดอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใด ๆ, ร่วมกันเข้าไปดำเนินการกิจการใด ๆ เพื่อหาประโยชน์ ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใด ๆ เข้าไป, ยิงปืน หรือทำให้เกิดระเบิด หรือจุดดอกไม้เพลิง, ทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ และความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562

ตอนแรกผู้ต้องหาย้ำชัดว่าก่อเหตุเพียง 4 คน แต่ 20.00 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ม.ค.) จู่ ๆ ก็มีชายอายุ 66 ปี ชาวบ้านตำบลปิล๊อก นั่งรถกระบะมามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ตำรวจจึงนำตัวไปตรวจหาคราบเขม่าดินปืนที่มือของชายคนดังกล่าว พร้อมสอบปากคำผ่านล่ามแปลภาษา เค้นสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ซึ่งเขาอ้างว่าได้ไปนอนค้างคืนกับกลุ่มผู้ต้องหา 1 คืน แต่รุ่งเช้าอีกวันก็เดินทางกลับ เพื่อไปดูวัวที่เลี้ยงไว้ (ไม่ใช่ตัวที่ตาย)​ จึงไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับชายคนนี้ ต้องรอสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย