สนามข่าว 7 สี

ไว้ใจเพื่อนสมัยเรียน สูญเงิน 20 ล้านบาท

สนามข่าว 7 สี - ก่อนหน้านี้ โลกออนไลน์แชร์คลิปหญิงสาวจิกหัวทำร้ายกันในสถานีตำรวจหญิงสาวที่ก่อเหตุ บอกว่าเป็นเพราะเธอคับแค้นใจที่ถูกเพื่อนสมัยเรียน หลอกให้ร่วมลงทุนจนต้องสูญเงินไปเกือบ 20 ล้านบาท จนกลายเป็นคนมีหนี้สิน แต่เพื่อนกลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย

เป็นภาพขณะที่หญิงสาวคู่กรณีมีปากเสียงกัน และจิกผมลากขึ้นไปบน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยห้าม พร้อมระบุข้อความว่า "แค้นจัดกระชากหัวที่โรงพัก สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เขาบอกว่าเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ สูญเงินยอดรวมกว่า 30 ล้านบาท คนโกงเจอแค่นี้ยังน้อยไป คนเดือดร้อนกันไปหมด ต้องขายบ้าน ขายรถ ขายทอง จนเกือบฆ่าตัวตาย เพราะแม่เราเป็นโรคซึมเศร้า เกือบฆ่าตัวตายเพราะคุณคนเดียว เราเป็นลูกแต่ทำอะไรไม่ได้ ทุกคนไม่มีใครช่วยอะไรหรือทำอะไรคนคนนี้ได้เลย เพราะทำเป็นอาชีพไปแล้ว ฟ้องไปก็แล้ว แจ้งความก็แล้ว คดีไม่คืบหน้า ช่วยกันแชร์เผื่อใครรู้จักจะได้ระมัดระวังกันไว้" ซึ่งหลังจากคลิปนี้เผยแพร่ออกไปก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวจึงไปตามหาหญิงที่ก่อเหตุ คือ นางรวิกร เธอเล่าว่า สาเหตุที่จิกผมคู่กรณี เพราะต้องการให้มาเจรจาตกลงกันเรื่องเงินที่หลอกให้ร่วมลงทุน ซึ่งเธอคับแค้นใจเป็นอย่างมาก เพราะคนที่หลอกเอาเงินไปคือเพื่อนที่เคยเรียนมาด้วยกันตั้งแต่สมัยประถมศึกษา โดยเจ้าตัวมาพูดคุยชักชวนร่วมลงทุนเป็นเงินสด 12 ล้านบาท ทั้งยังไปกู้เงินธนาคาร ขายรถอีก 7 คัน เพื่อไปร่วมลงทุนรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท โดยอ้างว่าเงินที่ได้จะนำไปใช้ลงทุนเคลียร์หนี้สินของคนที่ต้องการกู้เงินกับธนาคาร แต่ไม่ผ่าน โดยจะได้รับเงินปันผล หรือดอกเบี้ยจากการเคลียร์ผู้กู้แต่ละรายได้ อีกทั้งยังหลอกว่าจะลงทุนเปิดปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ โดยสร้างภาพในเฟซบุ๊กให้คนหลงเชื่อ แต่กลับกลายเป็นว่าเรื่องทั้งหมดไม่มีอยู่จริง

โดยวันเกิดเหตุทราบว่า เพื่อนคู่กรณีจะมาเจรจากับผู้เสียหายคนหนึ่งที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา จึงนัดกับผู้เสียหายอีกหลายคนมาดักรอ แต่เมื่อเจอหน้าแล้วก็รู้สึกโมโหที่ทำให้เธอเป็นหนี้สินอย่างหนัก แต่เธอมีข้อมูลว่าเจ้าตัวมีการโยกย้ายเงินจำนวนดังกล่าวไปยังบุคคลใกล้ชิด และไปซื้อรถซื้อบ้านใหม่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ในขณะที่คนอื่นกำลังลำบาก

ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา อยู่ระหว่างการพิจารณาว่า หากคู่กรณีที่ถูกจิกผมเข้ามาแจ้งความก็จำเป็นต้องดำเนินคดีตามขั้นตอนกับหญิงที่ก่อเหตุ ส่วนเรื่องคดีฉ้อโกงที่เกิดขึ้น ขณะนี้ได้มีการประสานไปยังผู้บังคับบัญชาให้ทราบถึงพฤติการณ์ของผู้ต้องหาแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตัดสินใจดำเนินการทางคดีในส่วนอื่น ๆ ต่อไป

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Ccs News