7HD ร้อนออนไลน์

เลขาธิการ คปภ.ยันสู้สุดความสามารถ คุ้มครองสิทธิประชาชนซื้อประกัน เจอ จ่าย จบ สร้างบรรทัดฐานไม่ให้บริษัทประกันอื่นเอาอย่าง

เลขาธิการ คปภ.ยันสู้สุดความสามารถ คุ้มครองสิทธิประชาชนซื้อประกัน เจอ จ่าย จบ สร้างบรรทัดฐานไม่ให้บริษัทประกันอื่นเอาอย่าง
วันนี้ (14 ม.ค.65) นายสุทธิพล ทวีชัยกาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เดินทางไปยังศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวนตามนัด หลัง ถูกบริษัทประกันวินาศภัย ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ให้พิจารณาคุ้มครองชั่วคราว กรณี คปภ.สั่งห้ามบริษัทยกเลิกกรมธรรม์ แบบ “เจอ จ่าย จบ” เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2565 เนื่องจากผู้ฟ้องเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง บริษัทประกันวินาศภัยทยอยปิดตัวเอง เป็นโทษต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ เป็นผลเสียต่อประชาชนในวงกว้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นการนัดไต่สวนตามการยื่นคำฟ้อง ระหว่างบริษัทอาคเนย์ประกันภัย จำกัด(มหาชน) ในฐานะผู้ฟ้องคดีที่ 1 และบริษัทไทยประกันภัย จำกัด(มหาชน) ในฐานะผู้ฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งทั้งสองได้มอบอำนาจให้ตัวแทนเป็นผู้กระทำแทน ยื่นฟ้องเลขาธิการ คปภ. และสำนักงาน คปภ. ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้อง ในข้อหาออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายสิทธิพล ยืนยันว่าจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่และทำให้ความถึงที่สุด แม้จะไม่ทราบว่าจะชนะหรือไม่  เพราะ คปภ. ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายตามอำนาจ และคุ้มครองสิทธิประชาชนผู้ทำประกันชีวิต ซึ่งการจะบอกเลิกกรมธรรม์ฯในช่วงสถานการณ์วิกฤตขณะนี้ ทั้งๆ ที่ เคยสัญญาว่าจะคุ้มครองจนสิ้นสุดอายุการคุ้มครอง เป็นการโยนความเสี่ยงที่มากขึ้นกลับคืนไปให้ประชาชน  ทั้งที่เป็นความผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้ง ยังถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่น และความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้บริษัทประกันภัย จึงเป็นการเอาเปรียบประชาชนอย่างยิ่ง รวมถึงต้องการไม่ให้เกิดเป็นบรรทัดฐาน ในกรณีใช้คำกล่าวอ้างความเสี่ยงที่เกินไปแล้วมาบอกเลิกกรมธรรม์การทำประกันของประชาชน

“วันนี้อยากจะต่อสู้โดยการพึ่งความยุติธรรม อีกทั้งอาจจะเป็นช่องว่างให้บริษัทประกันอื่นกระทำตาม และมีผลกระทบไปถึงการทำประกันคุ้มครองประชาชน ในเรื่องของชีวิตสุขภาพและวินาศภัยอื่นในอนาคตอีกด้วย ซึ่งการฟ้องร้องครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญ เพราะเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าว เป็นการตัดรอนสิทธิของประชาชน อย่างร้ายแรง เป็นการขาดธรรมาภิบาลของผู้ประกอบธุรกิจ และจะมีผลต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของประชาชน ทำให้บริษัทประกันภัยเอง ต้องทบทวนก่อนกรมธรรม์ ก่อนขาย และเวลานี้ควรยุติการรับผู้ซื้อกรมธรรม์รายใหม่ และเปิดเจรจากับประชาชน เหมือนกับบริษัทที่มีธรรมาภิบาลปฏิบัติกัน มากกว่าจะมาฟ้องร้อง” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

นอกจากนี้ นายสุทธิพล ยังระบุด้วยว่า หากศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว จะทำให้เกิดความวุ่นวาย หากผู้ซื้อประกันเป็นโควิด-19 และอาจจะนำไปสู่กระบวนการฟ้องร้องของประชาชนเพิ่มเติมเป็นคดีแพ่ง ซึ่ง เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ตนเอง และ คปภ.จำเป็นต้องต่อสู้อย่างเต็มที่ตามกระบวนการ ทั้งนี้ หากมีการสั่งคุ้มครองชั่วคราว ก็จะอุทธรณ์ หรือถ้าหากวันนี้แพ้ถูกศาลปกครองกลางยื่นฟ้อง ก็จะต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ตามกระบวนการต่อไปเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นายสุทธิพล ยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาเคยเชิญบริษัทประกันภัย 14 บริษัท รวมถึงบริษัทที่ดำเนินการฟ้องร้อง 2 บริษัทดังกล่าวเข้าหารือ เพื่อพูดคุยถึงแนวทางออกในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งเป็นอีกบทบาทหนึ่งของ คปภ.โดยเห็นว่ายังมีแนวทางคือ การเพิ่มทุนและหามาตรการเยียวยา

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วันนี้ยังมีตัวแทนจากกลุ่มเส้นด้าย จะเข้าร่วมการไต่สวน ในฐานะผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบด้วย