ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดเชียงใหม่

เวลา 08.44 นาที วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2562-2563

ในการนี้ พระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน พระราชทานเกียรติบัตรศาสตราจารย์เกียรติคุณ 7 คน จากนั้น พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก โท และตรี จาก 22 คณะ, วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรม, วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี และสถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์ รวม 2,368 คน

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความตอนหนึ่งว่า "ปัจจุบัน วิทยาการต่าง ๆ มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีอันก้าวหน้าทันสมัย ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน และในกิจการงานทุกด้าน บัณฑิตผู้มุ่งหวังความเจริญก้าวหน้า จึงต้องขวนขวายแสวงหาความรู้เพิ่มเติม โดยหมั่นศึกษาค้นคว้า ด้วยความช่างคิด ช่างสังเกต แล้วใช้ปัญญาพิจารณาให้รู้แจ้งชัดว่า สิ่งใดเป็นประโยชน์ เป็นความเจริญ สิ่งใดเป็นโทษ เป็นความเสื่อม จะได้เลือกนำข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์สร้างสรรค์ มาปรับใช้ในกิจการงานต่าง ๆ ให้บังเกิดผลเป็นประโยชน์แก่ตน แก่งาน และแก่ประเทศชาติ ถ้าทำได้ดังนี้ แต่ละคนก็จะเป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์ คือเป็นผู้ที่รู้จริง และปฏิบัติได้จริง"
   
เวลา 12.20 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการนี้ ทรงวางพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

จากนั้น ทรงเปิด "ศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้า และกะโหลกศีรษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดําริฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ซึ่งเดิมเป็นศูนย์รักษาผ่าตัดแก้ไขให้กับผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อมาสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ประสบความสําเร็จในการวิจัย และพัฒนาเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติ แบบลํารังสีทรงกรวย รุ่น MobiiScan โดยสามารถใช้งานเชิงปฏิบัติได้เป็นที่ประจักษ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ฯ แห่งนี้ขึ้น เพื่อรักษาผ่าตัดแก้ไขให้กับผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เน้นการทํางานแบบ สหสาขาวิชาชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และลดภาวะแทรกซ้อนทางร่างกายของผู้ป่วย ประกอบด้วย ประสาทศัลยแพทย์, โสต ศอ นาสิกแพทย์, จักษุแพทย์, รังสีแพทย์, กุมารแพทย์, วิสัญญีแพทย์, ทันตแพทย์ และพยาบาลเชี่ยวชาญด้านการดูแลปากแหว่งเพดานโหว่ และนักแก้ไขการพูด

โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลัย สักการะรูปเหมือน หลวงปู่แหวน สุจิณโณ พระอริยสงฆ์ ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาแห่งจังหวัดเชียงใหม่
    
จากนั้น ทรงพระดำเนินไปยัง ชั้น 3 อาคารตะวันกังวานพงศ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการประวัติความเป็นมา และการดำเนินงานของศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้า และกะโหลกศีรษะฯ ที่เน้นการรักษาแบบองค์รวม โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ปัจจุบันมีผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่และความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะที่อยู่ในความดูแลของเครือข่าย เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม และครบกระบวนการ 1,957 ราย จำแนกตามโรค โดยผู้ป่วยจะได้รับการรักษาตามมาตรฐาน ในระยะเวลาที่เหมาะสมตามช่วงอายุ

ทางศูนย์ฯ ยังได้นำนวัตกรรม Computing Design และ 3D Model Printing มาช่วยวางแผนและออกแบบก่อนการผ่าตัดแก้ไขความพิการบริเวณใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ร่วมกับศัลยแพทย์ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อจำลองวิธีการผ่าตัดก่อนการผ่าตัดจริง เป็นผลให้ศัลยแพทย์สามารถประชุมเพื่อวางแผนการรักษาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบติดตามผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อเนื่อง รวดเร็ว ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ตลอดจนมีการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วยเพื่อติดตามอาการ และรับเข้าสู่กระบวนการรักษาตามมาตรฐาน รวมถึงการสำรวจประเมินผลปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการรักษา โดยช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ใช้ช่องทางติดต่อผู้ป่วยและครอบครัวผ่านแอปพลิเคชันไลน์ คอลเซ็นเตอร์ของศูนย์ฯ และให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านช่วยประสานงานกับผู้ป่วยและครอบครัว และยังได้จัดทำโปรแกรมแอปพลิเคชัน "ชวนน้องพูด" แบบฝึกออกเสียงพยัญชนะภาษาไทยเบื้องต้น ใช้ฝึกหัดออกเสียงสำหรับเด็กทั่วไป และเด็กที่มีปัญหาผิดปกติในการออกเสียง สามารถฝึกด้วยตนเองได้ง่าย เนื่องจากมีรูปภาพ พร้อมคำศัพท์และเสียงพูดที่ถูกต้อง สามารถเปรียบเทียบเสียงจากผู้ฝึกกับเสียงต้นแบบที่ถูกต้องได้

โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้า และกะโหลกศีรษะ 3 ราย ซึ่งทีมแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการรักษาผ่าตัดแก้ไขจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทั้งการพูด การรับประทาน และยังสร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ข่าวอื่นในหมวด