ห้องข่าววาไรตี้

รายงานพิเศษ : มอริเตเนีย สร้างกำแพงเขียวกันพายุทราย

ห้องข่าววาไรตี้ - มอริเตเนีย สร้างกำแพงเขียวกันพายุทราย ชาวมอริเตเนีย ร่วมแรงร่วมใจกันปลูกต้นไม้เรียงรายเป็นกำแพงสีเขียวขนาดใหญ่ ความยาวกว่า 8,000 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้พายุทรายพัดเข้ามาถล่มในพื้นที่บ้านเรือน และทุ่งนาของพวกเขา ไปติดตามจากรายงานพิเศษของทีมข่าวต่างประเทศ

ประเทศมอริเตเนีย (Mauritania) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา และประเทศอื่น ๆ อีกกว่า 20 ประเทศ ร่วมกันปลูกต้นไม้เป็นกำแพงสีเขียวขนาดใหญ่ หรือ เกรต กรีน วอลล์ (Great Green Wall) เรียงรายจากประเทศเซเนกัล ซึ่งอยู่ทางตะวันตกสุดของทวีปแอฟริกา เรื่อยไปจนถึงประเทศจิบูตี (Djibouti) บริเวณชายฝั่งตะวันออกสุดของทวีป ซึ่งกำแพงธรรมชาตินี้กินความยาวกว่า 8,046 กิโลเมตร

โครงการสร้างกำแพงสีเขียวที่ยิ่งใหญ่นี้ เริ่มต้นเมื่อปี 2550 หรือ 13 ปีที่แล้ว เพื่อให้กำแพงนี้เป็นเหมือนป้อมปราการธรรมชาติ ป้องกันไม่ให้พายุทรายพัดเข้ามาทำลายหมู่บ้าน และทุ่งนาของชาวบ้านในพื้นที่กว่า 20 ประเทศ และมีแผนการสร้างให้เสร็จภายในปี 2573

แต่โครงการนี้ต้องเจอกับอุปสรรค เนื่องจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น และปริมาณฝนที่ลดลงอย่างมากจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือ ภาวะโลกร้อน ทำให้ต้นไม้หลายล้านต้นต้องตายไป ส่งผลให้ มอริเตเนีย ซึ่งเป็นหนึ่งใน 20 ประเทศที่ถูกเลือกเป็นสถานที่สร้างกำแพงสีเขียว ต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้ เนื่องจากพายุทรายได้พัดถล่มบ้านเรือนจำนวนมากพังเสียหาย

จากการที่ฝนตกลงมาน้อยมากในหลายพื้นที่ และในบางพื้นที่แทบไม่มีฝนตกเลย มาตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา ทำให้ชาวบ้านหลายแห่งต้องแก้ปัญหาด้วยการสร้างบ่อน้ำ และระบบชลประทานขึ้น โดยชาวบ้านต้องสูบน้ำในพื้นที่ป่าละเมาะที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งการสูบน้ำใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้ชาวบ้านสามารถสูบน้ำได้มากเพียงพอที่จะรดต้นไม้ได้ รวมทั้งปลูกต้นไม้เพิ่มเติมด้วย

อีกวิธีในการแก้ปัญหาพายุทรายพัดถล่มพื้นที่หมู่บ้านที่มอริเตเนีย คือ การสร้างเนินทรายที่ทำจากใบต้นปาล์มแห้ง ซึ่งสามารถทำให้พายุทรายพัดเคลื่อนตัวได้ช้าลง แต่ก็เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น

จนถึงตอนนี้ กำแพงสีเขียวที่ยิ่งใหญ่ ก็ถูกสร้างสำเร็จเพียง 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นจากโครงการทั้งหมด และคาดว่าต้องใช้งบประมาณสูงมากถึง 43,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้โครงการกำแพงสีเขียวสำเร็จลุล่วง จึงทำให้โครงการนี้อาจไม่แล้วเสร็จทันเวลาที่ตั้งไว้ในปี 2573 ดังนั้น รัฐบาลมอริเตเนีย จึงปรับเปลี่ยนแผนการไปเป็นการทำโครงการกำแพงสีเขียวขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในพื้นที่ 6 จังหวัดใน 6 ภูมิภาค เพื่อหยุดยั้งไม่ให้หมู่บ้านหลายแห่ง ต้องกลายสภาพเป็นทะเลทราย

โดยโครงการนี้ มีทั้งการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม, แก้ไขพื้นที่เนินทราย, ปลูกต้นไม้เพิ่มเติม และทำปศุสัตว์ รวมทั้งใช้โอกาสนี้พัฒนาพื้นที่ที่มีการสร้างกำแพงสีเขียวที่ยิ่งใหญ่ด้วย เพื่อเป็นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวชนบท และรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ รัฐบาลมอริเตเนีย ยังให้ความรู้ด้านการเพาะปลูกพืช และผลิตอาหารกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาพวิกฤตภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ซึ่ง นางมารีเม เบคาเย่ (Marieme Bekaye) รัฐมนตรีด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ของกลุ่มประเทศภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกเฉียงเหนือ บอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ ปัญหาพื้นที่อุดมสมบูรณ์หลายแห่ง กลายสภาพเป็นทะเลทราย และเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์สูงถึงร้อยละ 87 ของพื้นที่ธรรมชาติทั้งหมด รวมทั้ง ยังมีการตัดไม้ทำลายป่าเฉลี่ยปีละกว่า 280,000 ไร่ ในมอริเตเนีย ซึ่งเป็นปัญหาที่พวกเขาต้องเร่งแก้ไข โดย มอริเตเนีย ตั้งเป้าจะฟื้นฟูพื้นที่ป่าให้ได้ถึง 625 ล้านไร่ ภายในปี 2573 นี้

นับเป็นความพยายามที่น่าชื่นชมของกลุ่มประเทศทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ที่ร่วมมือร่วมใจกันปกป้องประชาชนจากพายุทะเลทราย และฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ในภาวะที่โลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากปัญหาภาวะโลกร้อนที่นับวันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ