สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

ผู้ต้องหาฆ่าเสือโคร่ง ถูกแจ้ง 10 ข้อหาหนัก อัตราโทษคล้ายคดีเสือดำ จ.กาญจนบุรี

สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ตามกันต่อกับคดีฆ่าเสือโคร่ง 2 ตัว ที่จังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาฆ่าเสือโคร่ง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว คดีนี้อัตราโทษคล้ายคดีเสือดำ ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกมายืนยันว่า เสือโคร่งที่พบในพื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรก เพราะจุดนี้ไม่เคยพบเสือโคร่งมาก่อน

โดยเมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ พร้อมพนักงานสอบสวน และผู้ต้องหา 2 คน คือ นายจอแห่ง พนารักษ์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาที่ยอมรับสารภาพว่าใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) ยิงเสือโคร่งตัวที่ 1 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2564 ในช่วงเวลาเที่ยง และนายศุภชัย เจริญทรัพย์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาที่ช้อาวุธปืนลูกกรดขนาด จุด 22 ยิงเสือโคร่งตัวที่ 2 ในวันที่ 8 มกราคม 2564 เวลาประมาณ 20.00 น. ไปทำแผนและชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมกับหาหลักฐานเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง

ต่อมา พลตำรวจเอก รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็ได้เดินทางมาแถลงข่าวคดีนี้ โดยระบุว่าผู้ต้องหา 5 คน ได้แก่ นายรัชชานนท์ เจริญทรัพย์ อายุ 30 ปี, นายศุภชัย ทรัพย์เจริญ อายุ 34 ปี, นายจอแห่ง พนารักษ์ อายุ 38 ปี, นายกูกือ ยินดี อายุ 37 ปี และนายนายโชเอ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 66 ปี ทั้งหมดถูกแจ้งดำเนินคดี 10 ข้อหาหนัก ทั้งข้อหาตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เนื่องจากเสือโคร่งเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ทั้งยังอยู่ในบัญชีที่ 1 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส (CITES) การล่าหรือค้าเสือโคร่งจึงมีอัตราโทษสูง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-4 ยอมรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง โดยอ้างว่าสาเหตุในการยิงเสือโคร่ง เพราะที่ผ่านมาวัวและควายที่เลี้ยงไว้ ถูกเสือกินไปแล้วกว่า 20 ตัว จึงนำอาวุธปืนที่มีอยู่ นำติดตัวไปเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยง ก่อนจะก่อเหตุยิงเสือโคร่งไป 2 ตัว กระทั่งถูกจับได้ ส่วนนายโซเอ (ไม่มีนามสกุล) ผู้ต้องหาที่ 5 ให้การว่าได้เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติจริง แต่ไม่ได้ร่วมยิงเสือกับผู้อื่นแต่อย่างใด

ด้าน นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พรัอมทีมสัตวแพทย์ ที่ได้มาตรวจพิสูจน์ซากเสือโคร่งทั้ง 2 ตัว พบว่าเสือตัวผู้ถูกยิงจำนวน 3 นัด กระสุนเข้าที่กะโหลก 2 นัด และที่เขี้ยวอีก 1 นัด ส่วนเสือตัวเมียถูกยิงที่กะโหลก ทั้ง 4 นัด เป็นการจ่อยิง โดยผู้ต้องหามีพฤติการณ์ล่าเสือโคร่งด้วยการร่วมกันขุดหลุมดักเอาไว้ โดยนำวัวมาวางเป็นเหยื่อล่อ เมื่อเสือโคร่งลงไปในหลุมเพื่อกินเหยื่อ ทั้งหมดก็ใช้อาวุธปืนระดมจ่อยิงใส่จนเสือตาย

นอกจากนี้ ยังระบุว่าการพบเสือโคร่งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏว่ามีเสือโคร่งอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาก่อน ซึ่งอาจบ่งชี้ได้ว่าจำนวนประชากรเสือมีเพิ่มขึ้น และมีการขยายถิ่นที่อยู่อาศัยมาในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่าวัวควายที่เลี้ยงไว้ถูกเสือกัดมาหลายครั้งแล้ว ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีชาวบ้านมาแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ มาก่อน เพราะหากชาวบ้านมาแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ออกไปติดตามเพื่อป้องปรามเหตุได้