สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

รายงานพิเศษ : เจรจาหย่าศึก 2 มูลนิธิกู้ภัย ยิงถล่มกันกลางกรุง

สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - เหตุความขัดแย้งของ 2 มูลนิธิฯ กู้ภัย ที่ยกพวกทำร้ายและยิงกันสนั่นกลางเมืองกรุง วานนี้ตำรวจเรียกตัวแทนทั้ง 2 มูลนิธิฯ มาเจรจาหาทางออก เพื่อแก้ปัญหาที่บาดหมางมานาน แต่จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณอภิเอก บัลลังก์โพธิ์

จากกรณีเหตุความขัดแย้งระหว่างอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิเพชรเกษม สาขากรุงเทพ จนถึงขั้นยกพวกทำร้าย และใช้อาวุธปืนยิงถล่มกันกลางกรุง เมื่อคืนวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา เกิดเป็นคำถามตามมาว่า ตกลงแล้วการตั้งมูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อช่วยเหลือสังคม หรือมาตีกันเพื่อแย่งคนเจ็บ แย่งศพคนตายกันแน่ โกรธเกลียดกันขนาดไหน ถึงขั้นต้องก่อเหตุรุนแรงถึงเพียงนี้

เพื่อคลี่คลายคดี และหาทางออกให้กับเรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กัน ตำรวจได้เรียกตัวแทนของทั้ง 2 มูลนิธิ มาเจรจากันที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ทำให้ทราบว่าสาเหตุของปัญหามาจากเรื่องการแบ่งเขตการปฏิบัติหน้าที่ ที่ฝ่ายมูลนิธิร่วมกตัญญู ระบุว่า มูลนิธิเพชรเกษม สาขากรุงเทพ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่จากศูนย์เอราวัณ ที่อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร ที่ปัจจุบันมีเพียง 8 มูลนิธิเท่านั้นที่ได้รับอนุญาต และการได้รับอนุญาตนั้น ก็เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดี แสวงหาผลประโยชน์โดยใช้ภาพลักษณ์การเป็นมูลนิธิบังหน้า

ตัวแทนมูลนิธิเพชรเกษม สาขากรุงเทพ ชี้แจงว่ามูลนิธิเปิดมาได้ 2 ปี เป็นสาขาของมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้รับอนุญาตจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. สามารถเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลผู้ประสบเหตุได้ การปฏิบัติงานที่ผ่านมา เวลาไปถึงที่เกิดเหตุจะทำหน้าที่เพียงเข้าช่วยปฐมพยาบาล ระหว่างรอให้มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้าเวรในวันเดียวกัน เป็นผู้พาส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ยืนยันว่าการทำหน้าที่นี้ ไม่ได้ต้องการขัดแย้งกับใคร เพียงอยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมเท่านั้น

เมื่อฟังความจากทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ก็ถึงคราวตำรวจเป็นตัวกลางห้ามทัพ หาข้อยุติความขัดแย้ง ซึ่งผลการหารือ ได้ข้อสรุป 4 ข้อ คือ 1.ให้ทั้งสองมูลนิธิไปทำความเข้าใจกับอาสาสมัคร เพื่อยุติความรุนแรงอย่างเด็ดขาด หากปล่อยให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก จะทำหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้หยุดปฏิบัติหน้าที่, 2.ให้ทั้งสองฝ่ายนำตัวผู้ก่อเหตุมามอบตัวโดยเร็ว หากไม่มามอบตัวจะพิจารณาออกหมายจับ, 3. จะตรวจสอบว่ามูลนิธิได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ และข้อสุดท้าย จะให้ตำรวจตรวจค้นรถกู้ภัยทุกคัน เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการพกพาอาวุธไปก่อเหตุ ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ยินดีรับข้อเสนอดังกล่าว

คงต้องติดตามกันต่อว่า ข้อเสนอนี้จะช่วยยุติความขัดแย้งที่สะสมมานานได้หรือไม่ หากมุ่งมั่นในอุดมการณ์เพื่อช่วยเหลือสังคม และอยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ก็น่าจะทำให้ปัญหาความรุนแรงหมดไป จงอย่าลืมว่า หัวใจของจิตอาสาคือทำเพื่อส่วนรวม ไม่ได้ทำเพื่อคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด