สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

แค้นฝังหุ่น เขียนใบลาออก กระหน่ำแทงหัวหน้างาน เสียชีวิต จ.ปทุมธานี

อย่าให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เพราะสิ่งที่ตามมาอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย เมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่ง ประพฤติตัวไม่เหมาะสม จึงเป็นเหตุให้หัวหน้าต้องสั่งพักงาน ทำให้ไฟแค้นปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ตัดสินใจเขียนใบลาออก ก่อนจะย้อนกลับมาฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

ตำรวจ สภ.ธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนทะเลาะวิวาทกัน บริเวณลานจอดรถของบริษัทแห่งหนึ่ง ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต คือ นายลิขิต เลิศปรีชา อายุ 49 ปี ถูกกระหน่ำแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หน้าอก และท้อง สภาพเลือดไหลนองเต็มพื้น ตำรวจจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย นำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตร

จากการสอบสวน ทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นายวิรุตต์ ศรีสุข ซึ่งไม่ใช่คนอื่นคนไกล เพราะเป็นลูกน้องของผู้เสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปแล้ว ตำรวจจึงนำกำลังติดตามจับกุมตัว เพื่อนำมาสอบสวนถึงชนวนเหตุที่เกิดขึ้น

ด้าน นางสาวรุ่งนภา ดุสดี อายุ 42 ปี เพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ชายคนก่อเหตุมีพฤติกรรมก้าวร้าว และขัดคำสั่งในกฎระเบียบของการทำงานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวมันเกินจะทนไหว ด้าน นายลิขิต ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นหัวหน้าของชายผู้ก่อเหตุ จึงตัดสินใจสั่งให้พักงานทันที จึงทำให้นายวิรุตต์ (ผู้ก่อเหตุ) เกิดความไม่พอใจ จึงประชดประชันด้วยการขอลาออก พร้อมทั้งขู่ว่า "มึงระวังตัวให้ดี กูจะกลับมาแก้แค้นมึงแน่!" จนกระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น

หลังเกิดเหตุ ตำรวจลงพื้นที่สอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะประสานตำรวจสายตรวจในท้องที่ กระจายกำลังติดตามตัว นายวิรุตต์ (ผู้ก่อเหตุ) เนื่องจากเป็นบุคคลอันตรายต่อสังคม

กระทั่ง ร้อยตำรวจเอก บุญญรัตน์ ภูกิ่งเงิน รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ธัญบุรี ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พบชายก่อเหตุกำลังขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาด้วยความเร็ว ซึ่งมีเพื่อนชายอีกคนนั่งซ้อนท้ายมาด้วย

แต่เนื่องจากตอนนั้น ร้อยตำรวจเอกบุญญรัตน์ ไม่มีรถ จึงตัดสินใจโบกรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน ก่อนจะกระโดดขึ้นซ้อนท้าย แล้วบอกให้ขี่รถไล่ตามตัวชายต้องสงสัยคนดังกล่าว แต่ก็ไม่ทัน

เบื้องต้น ตำรวจจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อแกะรอยหาเบาะแสเส้นทางการหลบหนีของชายผู้ก่อเหตุ ก่อนจะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว