สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

โมโหอดีตลูกเขย ตามระรานลูกสาวไม่เลิก ชักปืนยิงชำระแค้น จ.อุบลราชธานี

ดึกดื่นยามวิกาลเป็นเวลาที่ต้องพักผ่อนเข้านอนแล้ว ชายอายุ 57 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี กลับอยู่ไม่เป็นสุข ต้องทุกข์ใจ ถูกอดีตลูกเขยเทียวตามระรานก่อกวนถึงในบ้าน ทำให้สุดจะอดกลั้น คว้าปืนยิงกระสุนเจาะร่างอดีตลูกเขยได้รับบาดเจ็บ

เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านหนองบัว ตำบลสระสมิง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดดอุบลราชธานี หลังรับแจ้งเหตุ ตำรวจ สภ.วารินชำราบ รีบนำกำลังไปตรวจสอบเหตุดังกล่าวทันที เมื่อไปถึงไม่พบตัวผู้บาดเจ็บ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมารับตัวไปส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่จากการสอบสวนทำให้ทราบว่าผู้บาดเจ็บเป็นชายอายุ 33 ปี ชาวตำบลสระสมิง​ อำเภอวารินชำราบ​ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่หน้าท้อง 1 นัด โดยมีความสัมพันธ์เป็นอดีตลูกเขยของชายอายุ 57 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านและยังเป็นมือยิงอีกด้วย ซึ่งหลังจากก่อเหตุแล้วเขาไม่ได้หลบหนีไปไหน ยืนรอมอบตัว พร้อมกับนำปืนไทยประดิษฐ์ที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้ตำรวจ

เบื้องต้นเท่าที่ตำรวจได้สอบปากคำชายอายุ 57 ปี ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีแล้ว ที่ชายคนนี้อยู่กินกับลูกสาวของตน มักมีปากเสียงทะเลาะระหองระแหงกัน กระทั่งลูกสาวต้องตัดใจจบชีวิตคู่ แต่ที่ผ่านมาอดีตลูกเขยมักจะเทียวมาตามง้อขอคืนดีกับลูกสาว และระรานทุกคนในบ้านเป็นประจำจนเอือมระอา โดยทุกครั้งที่อดีตลูกเขยมาปรากฏตัว จะมาในสภาพคล้ายคนเมาสุรา ส่งเสียงเอะอะโวยวายลั่นบ้านไม่เกรงใจใคร แถมยังทำตัวกร่าง พูดจาใหญ่คับฟ้า ข่มขู่ว่าจะทำร้ายทุกคนในครอบครัวมาตลอด

กระทั่งคราวนี้มาอีกด้วยอาการเมาเหมือนเดิม พยายามจะทำร้ายตนเอง นาทีนั้นไม่รู้จะทำย่างไรเพราะมืดแล้ว จึงวิ่งเข้าบ้าน-ปิดประตูลงกลอน แต่อดีตลูกเขยตามมาพังประตูเข้ามาจนได้ แสดงน้ำเสียงและท่าทางคุกคามหมายจะทำร้ายตนให้ได้ จึงไปหยิบปืนที่เก็บไว้ใต้ที่นอนของญาติ ซึ่งเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงอยู่ในบ้าน ตั้งใจแค่ยกปืนข่มขวัญให้อีกฝ่ายเกิดความกลัวเท่านั้น แต่มือลั่นยิงปืนไป 1 นัด คาดไม่ถึงกระสุนจะเข้าเป้าถูกหน้าท้องอดีตลูกเขย หลังเกิดเหตุตั้งสติ รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ และแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มารับตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะอ้างว่าที่ทำไปเพราะต้องป้องกันตัว แต่อย่างไรก็ตามตำรวจต้องควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ สอบสวนเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่าผู้อื่น เอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องของอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ที่ผู้ก่อเหตุได้นำเอกสารใบอนุญาตการครอบครองอาวุธปืนมาแสดงต่อตำรวจนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

สำหรับการกระทำของผู้บาดเจ็บ จะเข้าข่ายข้อหาบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนหรือไม่นั้น ตำรวจต้องรอให้ผู้บาดเจ็บหายดีเสียก่อน ถึงจะเชิญตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนพิจารณาแจ้งดำเนินคดีในส่วนนี้ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป