ห้องข่าวภาคเที่ยง

จับหัวขโมยทุบกระจกรถลักทรัพย์ ย่านพลับพลาไชย

ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 ไปจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุตระเวนทุบกระจกรถหลายพื้นที่ พบมีพฤติการณ์อำพรางตัวด้วยการเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนหาเป้าหมายลักขโมยทรัพย์สิน

พลตำรวจตรี จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงจับกุม นายวิเชียร อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ของผู้เสียหาย จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านในตรอกแม้นศรี แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ และลักเอาทรัพย์สินภายในรถไป รวมมูลค่าประมาณ 37,000 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา

โดยคดีนี้ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 ว่า รถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านในตรอกแม้นศรี ถูกคนร้ายเข้าไปทุบกระจกรถลักขโมยทรัพย์สินเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และแว่นตาแบรนด์เนมไป ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พลับพลาไชย 1 จึงออกสืบสวนหาเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว จนไปพบภาพวงจรปิดบันทึกรูปพรรณของผู้ต้องสงสัยที่แต่งกายอำพรางตัวเอง เริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุที่สวมหมวกสีดำ แมสก์สีดำ เสื้อเชิ้ตสีครีม กางเกงสีส้ม รองเท้าแตะ ถือกระเป๋าถุงผ้าสีฟ้า เดินไปขึ้นรถประจำทางสาย 2 แต่พอลงจากรถที่ซอยหลานหลวง 1 ก็ไปเปลี่ยนเป็นกางเกงขายาวสีเข้ม และรองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีดำพื้นขาว จากนั้นก็เดินเท้าไปตามถนนจักรพรรดิพงษ์ ไปยังถนนแม้นศรีได้ประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ก็ได้ใส่เสื้อคลุมและถุงมือ ก่อนลงมือทุบกระจกรถ หลังก่อเหตุเสร็จแล้วก็ไปขึ้นรถตุ๊กตุ๊กหลบหนีไปถึงตลาดโบ๊เบ๊ แล้วเปลี่ยนไปเดินเท้า ไปขึ้นรถประจำทางสาย 2 บริเวณใกล้สะพานลอยหน้าบ้านมนังคสิลา เดินทางกลับบ้าน

ทั้งนี้ จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับว่าได้ก่อเหตุจริง โดยจะรอเวลาลงมือหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป ใช้การพรางตัวตระเวนหาเป้าหมายทั้งในพื้นที่ฝั่งพระนคร และธนบุรี ด้วยวิธีการแบบเดียวกัน ทรัพย์สินที่ได้มาก็จะนำไปขายเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายส่วนตัว

จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ต้องหามีประวัติเคยถูกจับกุมดำเนินคดี และเพิ่งพ้นโทษในความผิดลักษณะเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำ เบื้องต้น ตำรวจได้ดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นฯ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่นฯ พร้อมกับจะขยายผลตรวจสอบไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้มาอายัดตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป