ห้องข่าวภาคเที่ยง

อ่วม! น้ำมันปาล์มขยับราคา น้ำอัดลมจ่อขยับราคาตาม

ห้องข่าวภาคเที่ยง - ราคาสินค้ายังทยอยปรับขึ้นอีกหลายรายการจากสัปดาห์ที่แล้ว ไล่เรียงทั้งเนื้อสุกร ไข่ไก่ ราคาเนื้อไก่ ราคาผัก เมื่อสัปดาห์ก่อนดรามา ราคามะละกอ แพงกิโลกรัมละ 300 บาท หลังจากนั้นราคาก็ปรับลดลง ยังมีข้าวเหนียวที่ราคาสูงขึ้นอีก ต่อเนื่องถึงสัปดาห์นี้ มีทั้งน้ำมันปาล์มและ น้ำอัดลม ก็ไม่พลาด

อ่วม น้ำมันปาล์มขยับราคา น้ำอัดลมจ่อขยับราคาตาม
เรื่องนี้นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีร้านค้าบางแห่งฉวยโอกาสขายน้ำมันปาล์มในราคาสูงกว่าราคาเพดานควบคุมที่ขวดละ 56-57 บาท สะท้อนได้ว่ารัฐบาลควรปล่อยให้ราคาเป็นไปตามโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งผู้บริโภคก็ควรยอมรับว่าช่วงไหนราคาแพงช่วงไหนราคาถูก ซึ่งในช่วงที่ราคาน้ำมันปาล์มแพงก็ควรแนะให้หันไปบริโภคน้ำมันประเภทอื่นเช่น น้ำมันถั่วเหลือง ที่ราคาใกล้เคียงกัน

ส่วนราคาน้ำอัดลม มีบางพื้นที่ผู้ค้าร้านโชห่วยได้รับแจ้งจากตัวแทนจำหน่ายว่าปลายเดือนนี้จะขยับราคาเครื่องดื่มน้ำอัดลมอีก 2 บาท จากเดิมขนาด 300 มิลลิลิตร จากราคาขวดละ 10 บาท เพิ่มเป็นขวดละ 12 บาท

ขณะที่ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาหอการค้าไทย ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายใน 3-6 เดือนหน้า ผู้ผลิตมีความจำเป็นจะต้องปรับขึ้นราคาอาหารสัตว์อีก 10-20% เนื่องจากไม่สามารถตรึงราคาต่อไปได้ วอนภาครัฐเร่งหามาตรการดูแลต้นทุน พร้อมแจงต้นทุนขึ้นรอบด้าน ทั้งวัตถุดิบ หมู ไก่ ไข่ ผัก จากค่าปุ๋ย อาหารสัตว์ ต้นทุนค่าพลังงาน บรรจุภัณฑ์ ค่าระวางเรือ ต้นทุนจากการป้องกันโควิด-19 ในโรงงาน โดยปีที่ผ่านผู้ประกอบการหลายสินค้าได้ตรึงราคาไว้ ทำให้ปีนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องปรับราคาขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องออกฏหรือแก้กฏบางเพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ผลิตอย่างรวดเร็วและจริงจัง เพื่อลดอุปสรรคด้านต้นทุนที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การดูแลเรื่องราคาน้ำมันอย่างจริงจัง ค่าไฟฟ้าที่จะปรับเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปี 2565 และผ่อนปรนการจัดเก็บภาษีบางรายการ เช่น ภาษีความเค็ม

กรมปศุสัตว์ แจงสุกรติด ASF กระทบส่งออกไม่มาก
ส่วนกรณีประเทศไทย โดย กรมปศุสัตว์ ประกาศพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF จากเดิมที่พบแค่โรคเพิร์ส (PRRS) หรือโรคระบบสืบพันธุ์และทางเดินหายใจของสุกรและได้รายงานไปองค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2565 นั้น

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาถึงผลกระทบและเงื่อนไขในการส่งออกเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ของประเทศผู้นำเข้าต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด โดยจากการค้นคว้าข้อมูลและตามระเบียบประเทศคู่ค้าและตามหลักมาตรฐานสากลพบว่า การส่งออกเนื้อสุกรดิบและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร คาดการณ์ว่าจะไม่มีผลกระทบมากนัก เนื่องจากประเทศไทยมีตลาดส่งออกหลัก ทั้งเนื้อสุกรดิบ และสุก ที่ยอมรับในการปฏิบัติตามคำแนะนำของ OIE และเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้าที่กำหนด โดยตลาดส่งออกหลักของเนื้อสุกรดิบคือฮ่องกง ส่วนเนื้อสุกรสุก หรือ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสุกร ตลาดหลัก คือ ญี่ปุ่นและฮ่องกง ซึ่งการส่งออกในกรณีที่ประเทศมีการระบาดของโรค ASF ในสุกรนั้นจะพิจารณาตามข้อแนะนำ OIE และเงื่อนไขประเทศผู้นำเข้าที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ เช่น เป็นการห้ามทั้งประเทศ หรือ ห้ามเป็นพื้นที่ หรือห้ามเป็นฟาร์ม

หลายจังหวัด มะละกอราคาพุ่งกระฉูด จ.อุทัยธานี
คอส้มตำเตรียมควักเงินเพิ่ม จากปัญหามะละกอราคาพุ่งพรวด ขนาดถุง 10 กิโลกรัม ขายเกือบ 300 บาท ส่วนข้าวเหนียวก็เร่ิมขยับตัว แม่ค้าโอดต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้น ไม่รู้ว่าจะตรึงราคาส้มตำไว้ได้นานแค่ไหน

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบที่ตลาดสดเทศบาลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี หลังจากมะละกอขยับขึ้นราคาหลายเท่าตัว ก่อนหน้านี้แม่ค้าส้มตำเคยซื้อในราคาต่ำสุดเพียงกิโลกรัมละ 3 บาท แต่ตอนนี้ปรับขึ้นไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 25 บาท หากซื้อยกถุงขนาดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม จาก 60 บาท ปรับเป็นกว่า 200 บาท

นอกจากนี้ ข้าวเหนียวก็เริ่มขยับขึ้นตามมากิโลกรัมละ 5 บาท จาก 20 บาท เป็น 25 บาท แต่ยังดีที่มะเขือเทศ มะนาว ยังไม่ปรับขึ้นราคา แม่ค้าขายส้มตำบอกว่า ราคามะละกอปรับสูงขึ้นตั้งแต่หลังปีใหม่ แต่จะยังขายส้มตำราคาเดิมถุงละ 30 บาท ข้าวเหนียวยังขายถุงละ 5 บาท ส่วนไก่ย่างไม้ละ 5-15 บาท เหมือนเดิม แม้ว่าจะต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น เพื่อไม่ให้ลูกค้าได้รับผลกระทบ

ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ราคามะละกอขนาดถุงน้ำหนัก 10 กิโลกรัม จากเดิม 60-70 บาท พุ่งพรวด 4-5 เท่าตัว เป็น 220-300 บาท ซึ่งแพงเป็นประวัติการณ์ แม่ค้าขายส้มตำต่างบอกว่าช่วงนี้วัตถุดิบทุกอย่างราคาแพง ทำให้ต้องเพิ่มต้นทุน ขณะที่รายรับลดน้อยลง เนื่องจากการค้าขายค่อนข้างลำบาก ไม่รู้จะตรึงราคาได้นานแค่ไหน เพราะวัตถุดิบทุกอย่างราคาแพง

แม่ค้าขายส้มตำวอนภาครัฐเร่งแก้ไขราคาวัตถุดิบไม่ให้ปรับราคาสูงขึ้นกว่าอีก เพราะขณะนี้ก็เดือดร้อนกันถ้วนหน้า หากแพงกว่านี้คงต้องปรับขึ้นราคาตามวัตถุดิบ