7HD ร้อนออนไลน์

หมอเฉลิมชัย ระบุ 9 ปัจจัยช่วยไทยคุมการระบาด โอมิครอน ได้ดีกว่าในยุโรป

วันนี้ (17 ม.ค.65)  น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความผ่าน Blockdit "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย"  ว่า โควิด-19 ระลอกที่ 4 ของประเทศไทยทรงตัวต่อเนื่อง ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย และผู้เสียชีวิต

สาเหตุที่ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อ  ผู้เสียชีวิตทรงตัว น่าจะมาจาก 9 ปัจจัย ได้แก่
- มาตรการลดผลกระทบหลังเฉลิมฉลองปีใหม่ ด้วยการขอให้ทำงานจากที่บ้าน 100 เปอร์เซ็นต์ ( WFH 100%) สำหรับหน่วยงานรัฐ และขอความร่วมมือจากหน่วยงานเอกชน
- ขอความร่วมมือสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องมาทำงานที่ทำงาน ให้ตรวจ ATK ก่อนเข้าที่ทำงาน
- ขอความร่วมมือในการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทั้งในระหว่างการเดินทางมาทำงาน อยู่ในที่ทำงาน และอื่น ๆ
- ขอความร่วมมือให้ทานอาหารโดยแยกห่างจากผู้อื่นเสมอ
- ละเว้น หรือหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่แออัดและระบายอากาศไม่ดี
- เร่งฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ใช้มาตรการต่างๆทางระบาดวิทยาอย่างเต็มที่
- วัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ของไทย ที่ไม่ถูกเนื้อต้องตัวกันแบบวัฒนธรรมตะวันตก รวมถึงการถอดรองเท้าเข้าบ้าน การอาบน้ำทุกวัน
- อุณหภูมิของฤดูหนาวในประเทศไทย ที่ไม่ได้หนาวเย็นอย่างประเทศตะวันตก


สำหรับโควิดระลอกที่ 4 ของไทย  เริ่มต้นเมื่อ 1 มกราคม 2565  โดยมีไวรัส "โอมิครอน" หรือ "โอไมครอน" เป็นสายพันธุ์หลัก หลังจากที่ผ่านเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่แบบระมัดระวัง ก็มีความกังวลว่า อาจจะมีการระบาดเพิ่มขึ้น การประเมินสถานการณ์ผลกระทบจากการฉลองปีใหม่ จะอยู่ที่ 10 -14 วัน หลังผ่านเทศกาลเฉลิมฉลอง ซึ่งเราฉลองปีใหม่กันในช่วงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ถึง 3 มกราคม 2565 จึงใช้ตัวเลขในช่วงวันที่ 14-17 มกราคม 2565 ในการประเมิน

ขณะนี้พบว่า สถิติผู้ติดเชื้อ (PCR) ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย (ATK) และการติดเชื้อรวม (PCR+ATK) ของวันที่ 14-17 ม.ค.2565 อยู่ในลักษณะทรงตัวต่อเนื่อง ไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงจำนวนผู้เสียชีวิตด้วย ซึ่งมีลักษณะความแตกต่างของการระบาด "โอมิครอน" ไปจากประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก บ่งบอกถึงปัจจัยหลายประการ ที่อาจส่งผลดังกล่าว คาดว่า คงเป็นในลักษณะส่งผลโดยรวม อาจไม่สามารถระบุได้ว่า มาตรการหรือปัจจัยใดมีผลมากกว่ากัน