7HDร้อนออนไลน์

ดร.นิด้าจับตา กทม. สมรภูมิตัดสินสงครามโอมิครอน เตือนอย่าใจร้อน สั่งเตรียมถอยไปตั้งวงเหล้า

วันนี้ (17 ม.ค.65) ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม นิด้า เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงสถานการณ์โอมิครอน ความตอนหนึ่งระบุว่า โอมิครอนในแอฟริกาใต้ ซึ่งมีการระบาดนานกว่า 2 เดือน โดยฉีดวัคซีน 2 เข็ม ครอบคลุมได้แค่ 27.2% เท่านั้น การระบาดของโอมิครอน มีขนาดรวมประมาณ 700,000 คน เล็กแค่ครึ่งเดียวของระลอกเดลตา ที่มีขนาดประมาณ 1,400,000 คน ต่างจากในยุโรป ออสเตรเลีย อเมริกาที่ควบคุมไม่ดี ระลอกโอมิครอนจึงใหญ่กว่าเดลตามากๆ มาตรการต่างๆ การสวมหน้ากากและวินัยสำคัญมาก

61e52495ca04d5.71037682.jpg

โดยโอมิครอนในแอฟริกาใต้อาจลงไปจนติดเชื้อเหลือแค่วันละร้อยกว่าในช่วงปลายเดือน เม.ย.65 มาตรการในการกดการระบาดไม่จำเป็นต้องรุนแรง สำคัญที่เร็วและมีวินัย การใส่หน้ากาก การจำกัดกิจกรรม และร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล สำคัญมาก แอฟริกาใต้จึงอยู่ในกลุ่มที่สู้กับโอมิครอนได้ดีมาก ประเทศไทยมีโอกาสทำกราฟที่ดีกว่านี้ได้ ณ จุดนี้ขึ้นอยู่กับคน กทม.และปริมณฑล

ดร.สันต์ ระบุด้วยว่า ในสัปดาห์นี้กทม.ยังเป็นขาขึ้น หากช่วงกลางสัปดาห์ตัวเลขเริ่มทรงตัวจะเป็นข่าวดี ถ้ายังไม่ได้ก็ต้องลุ้นต่อไป กรุงเทพฯ คือสมรภูมิตัดสินของสงครามโอมิครอนว่าจะจบแบบไหน เมื่อไหร่ โดยส่วนตัวคิดว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราสู้โอมิครอนได้ดีมาก ญี่ปุ่นติดเชื้อวันละ 26,000 คน ส่วนออสเตรเลียวันละแสนคน

“ได้เวลาคนพระนครแสดงฝีมือ สู้กันให้เต็มที่ แล้วประเทศไทยจะมีโอกาสชนะสงครามนี้ได้โดยเร็ว ที่สำคัญแม่ทัพ อย่าเพิ่งใจร้อน ข้าศึกยังคงประชิดพระนคร สถานการณ์ยังหมิ่นเหม่ มีโอกาสชนะแล้วก็ต้องรบหักโค่นมันให้สุด ไม่ใช่สั่งให้เตรียมถอยไปตั้งวงเหล้าทั้งที่ข้าศึกยังล้อมกรุงฯ ทุกทิศทุกทาง” ดร.สันต์ระบุ

เคล็คการรบแบบไม่ซุนวู "ข้าศึกยังไม่ทันถอย ก็สั่งไพร่พลให้เตรียมเก็บของกลับบ้าน" แม่ทัพที่รบแบบนี้ไม่ใช่อยากชนะ แต่แค่อยากประหยัดเสบียง ระวังจะวายวอดทั้งคนทั้งเสบียง