ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ตามความคืบหน้า เอาผิดขบวนการช่วย บอส อยู่วิทยา

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ตามติดการตรวจสอบข้อเท็จจริง บุคคลที่มีชื่อพัวพัน จาก 3 องค์กร กรณีคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหาคดีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต กับทาง กมธ.ป.ป.ช. เรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างไร ติดตามจากคุณสุธาทิพย์ ผาสุข

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขความเร็วรถยนต์ในคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหาในคดีขับรถยนต์เฟอร์รารี่ชนตำรวจจราจร สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี พ.ศ. 2555 ยังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงและสร้างความแคลงใจให้กับคนในสังคมจำนวนไม่น้อย มีการตั้งคำถามถึงความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรม และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบดำเนินการกับผู้ที่ปรากฎรายชื่อและข้อมูลว่าเข้าไปแทรกแซงและมีส่วนเกี่ยวพันกับคดี ซึ่งมีทั้ง ทนายความ ตำรวจ และอัยการ

คอลัมน์หมายเลข 7 ติดตามวาระการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่มี พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน ซึ่งล่าสุดได้เชิญกรรมการอัยการในฐานะประธานกรรมการสอบวินัยร้ายแรงฯ นายกสภาทนายความ โดยมอบหมายให้กรรมการมรรยาททนายความเข้าชี้แจงแทน และประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา ซึ่งมอบหมายให้ รองผู้บังคับการกองตรวจราชการ 8 สำนักงานจเรตำรวจ เข้าร่วมประชุมและชี้แจงผลการสอบสวน โดยเฉพาะในส่วนของอัยการ ได้ตั้งข้อเท็จจริงสอบพยานหลายปากเกือบเสร็จสิ้นแล้ว

กรณีอัยการ อักษรย่อ ช.ช้าง ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ ล่าสุดกรรมการอัยการในฐานะประธานกรรมการสอบวินัยร้ายแรงฯ ได้เปิดเผยชื่อ-สกุล และผลการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรงเช่นกัน

คณะกรรมการอัยการได้พิสูจน์อัยการอีกท่านซึ่งมีชื่อแล้ว เดิมอัยการที่ไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงความเร็วจาก 170 กม./ชม. เป็น 79.23 กม./ชม. ตอนนั้นไม่เปิดชื่อ แต่วันนี้ทางกรรมการอัยการได้แจ้งชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องมาแต่ก็ยังไม่ได้สอบ จะส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดให้พิจารณาอีกครั้งว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง

ส่วนกรณีของ นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด ที่แม้จะยืนยันว่าการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ ได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย นั้นก็มีผลสรุปจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว รอส่งให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาอีกทีว่าจะมีมติทางวินัยอย่างไร 

การเอาผิดกับขบวนการค้าสำนวน ร่วมด้วยช่วยเหลือเปลี่ยนแปลงความเร็ว ที่เป็นหัวใจสำคัญของคดีนี้ และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ณ วันนี้ ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน และเป็นไปด้วยความล่าช้า ซึ่งอดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา มองว่า หากไม่ยกเครื่อง และแก้ไขให้สมบูรณ์ ก็จะมีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นอีกเรื่อย ๆ

ในวันพรุ่งนี้ คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ได้เชิญนายเนตรเข้ารับทราบผลการสอบสวน การชิงยื่นหนังสือลาออกของนายเนตร เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา จะมีผลกระทบต่อการเอาผิดอย่างไรหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม