ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดสงขลา

เวลา 08.51 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์สงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อนภาคใต้ จังหวัดสงขลา ที่อำเภอรัตภูมิ ทรงเปิดอาคาร "สิริชีวาทร" ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นอาคารสำหรับจัดบริการผู้พิการทางสติปัญญา อายุ 5-18 ปี อยู่ในความดูแลของมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ใช้งบประมาณจากการออกสลากการกุศล โดยสำนักงานสกลากกินแบ่งรัฐบาล และได้พระราชทานนามอาคาร "สิริชีวาทร" หมายถึง อาคารที่เอื้อเฟื้อแก่ชีวิตอันเป็นมงคล กับพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย "สธ" ประดับที่ป้ายชื่ออาคาร โดยเป็นอาคาร 3 ชั้น ชั้น 1 มีห้องประทับรับรอง ห้องกายภาพบำบัด และห้องอเนกประสงค์, ชั้น 2 มีที่พักสำหรับผู้พิการเพศชาย และห้องบูรณาการเพื่อพัฒนาผู้พิการทางสติปัญญา อาทิ ห้องประเมินคัดกรองเด็กและก่อนเรียน กศน. เพื่อการพัฒนาการศึกษาต่อเนื่องในผู้พิการที่โตแล้ว, ห้องเล่น มีกิจกรรมเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ ฝึกการอยู่ร่วมกันในสังคม และห้องผ่อนคลายเพื่อความสงบ ให้คำปรึกษาผู้ปกครอง และแก้ไขปัญหาพฤติกรรม, ชั้น 3 มีที่พักสำหรับผู้พิการหญิง และห้องประชุม

มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นองค์กรสาธารณกุศล ตั้งขึ้นเมื่อปี 2505 โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เพื่อส่งเสริมฟื้นฟูสมรรถภาพด้านต่าง ๆ แก่ผู้พิการทางสติปัญญาทุกระดับวัย ให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่เป็นภาระครอบครัวและสังคม

ส่วนศูนย์สงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อนภาคใต้ จังหวัดสงขลา สร้างขึ้นเมื่อปี 2559 บนที่ดินบริจาคของ นายวิทยา สิทธิรักษ์ รวม 26 ไร่เศษ เพื่อเป็นศูนย์ให้บริการด้านฝึกทักษะและอาชีพแก่ผู้พิการทางสติปัญญา และเป็นศูนย์นำร่องเพื่อขยายการบริการให้ครอบคลุม 14 จังหวัดภาคใต้ ปัจจุบันมีเด็กและผู้พิการทางสติปัญญา อายุ 5-55 ปี เข้ารับการพัฒนาทักษะ แบ่งเป็น พักค้าง 187 คน และไปกลับ 23 คน ซึ่งมีผู้ได้รับการฝึกอาชีพและมีเด็กที่ได้รับการจ้างงานจากองค์กรต่าง ๆ 25 คน ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงินช่วยเหลือได้ที่ บัญชีมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ (ศูนย์สงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อนภาคใต้ จังหวัดสงขลา) เลขที่ 554-2-46166-5 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสงขลา สอบถามเพิ่มเติม โทร 0-7439-5000

เวลา 10.00 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังกองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายรัตนพล อำเภอคลองหอยโข่ง ทรงติดตามโครงการทหารพันธุ์ดี ซึ่งกองพลพัฒนาที่ 4 ดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ ตั้งแต่ปลายปี 2562 เพื่อเป็นศูนย์ผลิตพันธุ์สัตว์ปีก และพันธุ์ปลาน้ำจืด "เพื่อนช่วยเพื่อน" ภาคใต้ตอนล่าง ขยายผลไปยังพื้นที่ข้างเคียงเพื่อสร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ศูนย์ผลิตพันธุ์สัตว์ปีกพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ภาคใต้ตอนล่าง ผลิตพันธุ์ไก่กระดูกดำ และพันธุ์ไก่ประดู่หางดำ สำหรับอนุรักษ์ และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเพื่อพระราชทานแก่ประชาชน นำไปเพาะเลี้ยงไว้บริโภค ขยายพันธุ์ และประกอบอาชีพ เริ่มผลิตและพระราชทานแจกจ่ายแก่ครัวเรือน และสถานศึกษา ตั้งแต่ปี 2563 รวมถึงส่งมอบให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันยังสร้างกลุ่มเครือข่ายประชาชน และสถานศึกษา รวม 23 เครือข่าย ใน 19 จังหวัด โอกาสนี้ กรมปศุสัตว์น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายไก่ศรีวิชัยดำ และขาว เพื่อใช้ในโครงการฯ แล้วทอดพระเนตรการทดลองเสริมแหนแดงในอาหารไก่กระดูกดำ เพื่อลดต้นทุนค่าอาหาร โดยใช้แหนแดง ทั้งกินสด และอบแห้งบดผสมเนื่องจากมีโปรตีนสูง สามารถทดแทนอาหารข้นได้ประมาณร้อยละ 5 และช่วยลดต้นทุนค่าอาหาร

จากนั้น ทรงเปิดร้านภัทรพัฒน์ สาขาโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายรัตนพล เป็นร้านภัทรพัฒน์แห่งแรกในพื้นที่ภาคใต้ โดยกองทัพภาคที่ 4 ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อจำหน่ายสินค้าของมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ และโครงการศิลปาชีพ แล้วทอดพระเนตรโครงการฟาร์มกล้วยไม้ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2561 เพื่อเป็นรายได้เสริมของกำลังพล เป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งศึกษาเรียนรู้

ในการนี้ ทรงเปิดศูนย์ผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืดพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ภาคใต้ตอนล่าง ผลิตพันธุ์ปลานิลจิตรลดา ปลาตะเพียนขาว ปลาหมอเทศ และปลาสลิด สำหรับน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายเพื่อพระราชทานแก่ประชาชนนำไปเลี้ยงเพื่อบริโภค ขยายพันธุ์ และจำหน่าย เริ่มกระบวนการผลิต และขอพระราชทานส่งมอบพันธุ์ปลานิลจิตรลดาแก่ประชาชน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564

จากนั้น ทอดพระเนตรการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ "ตามรอยพ่อ" จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ "ศาสตร์พระราชา" สร้างแรงบันดาลใจ และนำไปใช้ประโยชน์ โดยปลูกพืชผักตามฤดูกาล นาข้าว และปศุสัตว์ ในพื้นที่ 4.5 ไร่ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการบริหารจัดการพื้นที่ โดยไม่ต้องรอน้ำตามฤดูกาลจากเขื่อน และอ่างเก็บน้ำ ด้วยการปรับพื้นที่ร้อยละ 20-30 เป็นพื้นที่รองรับน้ำ ให้เพียงพอต่อการทำเกษตรในพื้นที่ของตน โดยขุดสระน้ำ ทำโคก สร้างฝายชะลอน้ำ ขุดคลองไส้ไก่ หลุมขนมครก สร้างคันนาให้มีขนาดใหญ่ เพื่อปลูกพืชผัก เลี้ยงเป็ดไข่พันธุ์กากีแคมป์เบลล์, แพะพันธุ์บอร์ พันธุ์จัมนาปารี และพันธุ์แองโกลโนเบียล รวมทั้งกระบือ ซึ่งจัดแสดงวิถีชีวิตการเลี้ยงกระบือ และสนับสนุนการใช้งานทางการเกษตร ช่วยลดต้นทุน เป็นสถานที่ให้ความรู้ที่เรียกว่า "กาสรนิเวศน์"

โอกาสนี้ ทรงติดตามภาพรวมการดำเนินงานสนองพระราชดำริของกองทัพภาคที่ 4 โดยมีค่ายทหารเข้าร่วมโครงการทหารพันธุ์ดี 9 ค่าย หน่วยทหารดำเนินการ 12 หน่วย มีโครงการนำร่องที่สามารถจัดตั้งเป็นศูนย์ 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ผลิตพันธุ์สัตว์ปีก และพันธุ์ปลาน้ำจืด "เพื่อนช่วยเพื่อน" ค่ายรัตนพล จังหวัดสงขลา นอกจากนี้ ยังจัดตั้งศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” ภาคใต้ ที่ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร จังหวัดนครศรีธรรมราช และศูนย์ผลิตพันธุ์ไก่เบตง พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ภาคใต้ตอนล่าง ที่ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย จังหวัดปัตตานี โดยได้ขอพระราชทานรับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน กปร. ปรับปรุงอาคารบรรจุเมล็ดพันธุ์ และอาคารโรงเรือนเลี้ยงไก่ เพื่อขยายการดำเนินงานในอนาคต

จากนั้น ประทับรถรางพระที่นั่งไปยังโรงเรียนบ้านคลองหอยโข่ง ที่กองพลพัฒนาที่ 4 ได้ขยายผลโครงการทหารพันธุ์ดี "ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย" สู่โรงเรียน โดยจัดกำลังพล พร้อมยุทโธปกรณ์เข้าขุดบ่อเลี้ยงปลา, ขอพระราชทานพันธุ์ปลานิลจิตรลดา, จัดทำแปลงผัก เพื่อให้มีผลผลิตสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งกองพลพัฒนาที่ 4 ยังขยายผลไปยังโรงเรียนชุมชนตามแนวชายแดน อีก 11 แห่งในจังหวัดสงขลา และพัทลุง เพื่อนำผลผลิตทางการเกษตรไปสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน

ปัจจุบัน กองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายรัตนพล ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแก่นักท่องเที่ยว

ในการนี้ พระราชทานพระราชดำรัสแก่ทหารพันธุ์ดี กองพลพัฒนาที่ 4

ข่าวอื่นในหมวด