7HDร้อนออนไลน์

จับตาการท่องเที่ยวปี 2565 ยังเผชิญหลายปัจจัยลบ

ข้อมูลจาก World Travel & Tourism Council ก่อนโควิด อุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวในปี 2562 คิดเป็น 10.4% ของ GDP โลก หรือกว่า 9.17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้หลังมีโควิด การท่องเที่ยวหดตัวรุนแรง โดยในปี 2563 อุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวเสียหายไป 4.5-4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 49.1% จากก่อนสถานการณ์โควิด

โควิดกระทบการเดินทางและท่องเที่ยวโดยตรง เพื่อจำกัดการระบาดและนำเข้าผู้ติดเชื้อ รัฐบาลหลายประเทศห้ามเครื่องบินบินเข้าออก ปิดพรมแดน ปิดประเทศ ความรุนแรงของผลกระทบดูได้จากการหดตัวของ GDP ภาคเดินทางและท่องเที่ยวอันเนื่องมาจากโควิด สูงกว่าตอนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกช่วงปี 2009 ถึง 18 เท่า

การหดตัวของธุรกิจท่องเที่ยว ยังกระทบการจ้างงานทั่วโลก หลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีทั้งปิดชั่วคราวและปิดถาวร มีการประเมินว่า ในปี 2563 อุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวจ้างงานลดลง 62 ล้านตำแหน่ง หรือลดลง 18.5% เทียบจากปี 2562 ครอบคลุมธุรกิจทุกขนาดโดยเฉพาะกลางและเล็ก ที่กระจายอยู่ในทุกประเทศทั่วโลก

ทั้งนี้จากการประเมินโดย World Travel & Tourism Council และ World Bank สถานการณ์โควิด 19 ทำให้ในปี 2563 ไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก เป็นรองเพียงสหรัฐอเมริกา สเปน และฝรั่งเศส โดยสหรัฐอเมริกาสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวราว 147.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สเปนสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว 46.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงสุดในทวีปยุโรป และฝรั่งเศสสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว 42.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีผู้ไปเยือนมากที่สุดในโลกกว่า 89 ล้านคนในแต่ละปี

สำหรับประเทศไทย ถูกประเมินว่าสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว 37.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอันดับหนึ่งของประเทศในภูมิภาคเอเชียที่สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว

สำหรับปี 2565 Economist Intelligence ประมาณการว่าการท่องเที่ยวทั่วโลกจะกลับมาฟื้นตัว แต่ยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิดราว 30% (เทียบกับปี 2562) โดยเฉพาะการเดินทางของภาคธุรกิจที่ฟื้นตัวล่าช้า ทั้งจากการปรับตัวของภาคธุรกิจที่เริ่มคุ้นเคยการใช้ช่องทางออนไลน์ และจากความเข้มงวดของมาตรการกำกับการเดินทางเข้าออกเพื่อควบคุมโรคของรัฐบาลแต่ละประเทศ และการยอมรับหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ทั้งนี้เป็นการคาดการณ์ก่อนมีการระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวในปี 2565 ยังเสี่ยงได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบอื่นๆ อีก ได้แก่ ราคาน้ำมันและค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนมาตรการลดโลกร้อนที่ประชาคมโลกจะออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มแพงขึ้น กระทบการเดินทางระหว่างประเทศและธุรกิจท่องเที่ยว ประกอบกับต้องจับตาว่า จะมีไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ทำให้เกิดการระบาดรุนแรงจนกระทบการเดินทางระหว่างประเทศอีกหรือไม่

โดยเฉพาะประเทศไทย ต้นทุนการมาท่องเที่ยวของนักเดินทางต่างชาติยังจะสูงขึ้นจาก “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ซึ่งรัฐบาลวางแผนเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยคนละ 300 บาท เพื่อสมทบ “กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ” นำมาใช้ในการอนุรักษ์ พัฒนา และส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในประเทศ และทำประกันให้นักท่องเที่ยว กรณีประสบอุบัติเหตุ หรือเสียชีวิต การเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวทำให้ต้นทุนการเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น เทียบกับอดีตและประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวในอาเซียนด้วยกันที่ยังไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าว

ทั้งนี้ในปี 2565 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทย 5-15 ล้านคน หรือราว 10-30% ของจำนวนนักท่องเที่ยวก่อนสถานการณ์โควิด เรียกว่ายังต่ำกว่าเดิมค่อนข้างมาก ดังนั้นจากหลายปัจจัยลบที่กล่าวมาข้างต้น การเดินทางระหว่างประเทศตลอดจนการท่องเที่ยวไทยปีนี้ ต้องบอกว่ายังอยู่ในภาวะไม่แน่นอนและน่าเป็นห่วงทีเดียว