สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : จับแม่เล้า-ผู้ซื้อบริการทางเพศเด็ก จ.ระนอง

สนามข่าว 7 สี - คดีทำอนาจาร และล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการหลอกลวงทำอนาจารถ่ายคลิปวิดีโอเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์เพิ่มมากกว่าแสนคลิป ขณะที่ ผู้ปกครองเด็กที่ถูกล่วงละเมิดส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนคนกระทำผิด เหตุเพราะกลัวลูกอับอาย ลงสนามข่าวนี้กับคุณมะลิ แซ่ฉิ่น

นี่เป็น 2 ผู้ต้องหาซื้อบริการทางเพศเด็กหญิง ที่ถูกแม่เล้าเอามาเดินเร่ขายบริการตาม Guest House และโรงแรมในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ที่ถูกตำรวจศูนย์พิทักษ์เด็กสตรี ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคการประมง ควบคุมตัวไว้ได้ที่บ้านพัก ก่อนจะนำมาสอบสวนขยายผล โดย 1 ใน 2 ผู้ต้องหา ยอมรับว่า ใช้ยาบ้าแลกกับการซื้อบริการเด็กหญิง โดยจ่ายผ่านแม่เล้าครั้งละ 3 เม็ด ซึ่งยาบ้าทั้งหมดนำมาจากประเทศเมียนมา

ส่วน 2 แม่เล้า อายุ 24 ปี และ 18 ปี ถูกควบคุมตัวส่งฝากขังเรือนจำกลางจังหวัดระนอง หลังยอมรับรู้จักกับเหยื่อวัย 16 ปี ผ่าน Facebook ซึ่งเจ้าตัวหนีออกจากบ้านมาขออาศัยอยู่ด้วย จึงบังคับให้เหยื่อขายบริการให้กับชายสูงวัยมากกว่า 8 คน และยอมรับด้วยว่า ทำธุรกิจขายบริการทางเพศในลักษณะนี้มากว่า 1 ปีแล้ว โดยคิดค่าบริการรายละ 100-1,200 บาท หากรายใดมีเงินน้อยก็จะแลกเป็นยาบ้ามาเสพแทน โดยแบ่งส่วนแบ่งให้กับเหยื่อเพียงรายละ 100 บาท เท่านั้น

คดีขายบริการและล่วงละเมิดทางเพศในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่าเพิ่มสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 มีการนำคลิปอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์มากกว่า 160,000 คลิป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคลิปของเยาวชน ทั้งที่ถูกแอบถ่ายและเกิดการสมยอมให้ถ่าย

ที่น่าห่วง คือ คนที่หลอกลวงเหยื่อให้ถ่ายภาพอวัยวะเพศ หรือขณะทำกิจกรรมทางเพศ เป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวเด็กมากที่สุด ล่าสุดเป็นครูอัตราจ้างในพื้นที่จังหวัดระนอง ซึ่งใช้กลยุทธ์หลอกลวงเยาวชนว่าสามารถทำให้อวัยวะเพศมีขนาดใหญ่ขึ้นโดยการนวดให้ ก่อนที่จะเกิดการร่วมเพศ เมื่อเด็กตกเป็นเหยื่อก็จะบังคับให้ถ่ายคลิปส่งมาให้เพิ่มขึ้น

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระนอง ยอมรับว่า การจะคลี่คลายคดีอนาจารเด็กเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และส่วนใหญ่มักไม่ได้รับความร่วมมือจากพ่อแม่ เพราะกลัวลูกอับอายเมื่อโตขึ้น จึงได้แค่เพียงเยียวยาสภาพจิตใจให้แก่เหยื่อเท่านั้น แต่การจะลบคลิปออกจากระบบคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องยากเกินเอื้อม

เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ศพดส.ตร. ได้จัดทำคิวอาร์โค้ด เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถเข้าถึงการแจ้งเหตุ และร้องทุกข์หรือขอความช่วยเหลือ นอกจากการเปิดสายด่วน 1599 หวังคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเหยื่ออนาจาร ที่อาจได้รับผลกระทบเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่