สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ผู้กำกับโจ้ ขอความเป็นธรรม อ้างคลิปถูกตัดต่อ

สนามข่าว 7 สี - คดีผู้กำกับโจ้ ที่มีการสอบคำให้การครั้งสุดท้ายไปเมื่อปลายปีที่แล้ว วานนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้นัดตรวจหลักฐานคดี โดยในชั้นนี้ ผู้กำกับโจ้ ได้ขอความเป็นธรรมกับศาลฯ อ้างว่าคลิปวิดีโอที่ใช้เป็นหลักฐานมีภาพบางช่วงหายไป และมีตำรวจให้การเท็จในคดีนี้ ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณดารินทิพย์ วิมลพัฒน์

19 พฤศจิกายน 2564 นับเป็นนัดแรกของกระบวนการไต่สวนพิจารณา คดีที่ ผู้กำกับโจ้ กับพวก รวม 7 คน ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดใน 4 ข้อหา ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ข่มขืนใจผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งวันนั้น ผู้กำกับโจ้ ได้แถลงต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ให้การรับสารภาพทั้งหมด 3 ข้อหา ปฏิเสธข้อหาเดียว คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทารุณโหดร้าย ส่วนจำเลยที่เหลือให้การรับและปฏิเสธข้อหาแตกต่างกันไป อ้างว่า ทำไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ไม่มีเจตนาประสงค์ต่อชีวิต

ขณะที่เมื่อวานนี้ ศาลฯ ได้นัดตรวจพยานหลักฐานคดีนี้เป็นนัดที่ 2 โดยให้โจทก์, จำเลย และทนายจำเลย ร่วมกันตรวจและรับข้อเท็จจริง เช่น เรื่องที่จำเลยที่ 1 ใช้ถุงพลาสติกสีดำหลายใบ คลุมศีรษะของผู้เสียชีวิต, อุปกรณ์ที่บันทึกเหตุการณ์ พร้อมกับกำหนดประเด็นไต่สวนไว้ 3 ประเด็น คือ เรื่องที่จำเลยทั้ง 7 ร่วมกันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ใช้ถุงดำคลุมศีรษะและข่มขืนใจผู้เสียชีวิตในการสอบสวนขยายผลยาเสพติด, ร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฆ่าผู้เสียชีวิตโดยทรมาน หรือกระทำทารุณโหดร้ายหรือไม่ ก่อนที่ศาลจะให้จัดกลุ่มพยานกำหนดพยานในการไต่สวน 23 ปาก ให้สืบพยาน ตามกำหนดนัดหมาย

เรืออากาศตรีจักรกฤษ จั่นดี และนางจันจิรา ธนะพัฒน์ พ่อแม่ของผู้ต้องหาที่เสียชีวิต ซึ่งเป็นโจทก์ร่วม ไปสังเกตการณ์ดำเนินคดีตามนัดหมายศาลฯ ไปติดตามส่วนที่เรียกร้องขอให้จำเลยเยียวยาครอบครัว 1.5 ล้านบาท พร้อมกับยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้ยังทำใจไม่ได้

สำหรับนัดสืบพยานครั้งถัดไป นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความผู้กำกับโจ้ เปิดเผยว่า ตามกำหนดการได้นัดหมายไว้เป็นวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนตัวแล้วไม่ได้รู้สึกกดดันหรือหนักใจอะไร เพียงทำไปตามหน้าที่ตามปกติเท่านั้น