7HDร้อนออนไลน์

พ่อแม่ ญาติพี่น้องสุดช้ำ ถูกลูกสาวคนที่ 5 ฟ้องไล่ที่ อุตส่าห์ไว้ใจให้ดูแลมรดก เพราะเรียนจบสูงสุดในบรรดาลูกๆ 6 คน

วันนี้ (20 ม.ค. 65) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณหมู่ 8 ซอยบ้านโคกมะม่วง ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นที่ดินที่ครอบครัว นายจำนงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 79 ปี โดยได้ปลูกบ้านและพักอาศัยอยู่มาเป็นเวลาหลายสิบปี แต่กลับถูก นางนภาพร (ขอสงวนนามสกุล) ลูกสาวคนที่ 5 ฟ้องไล่ที่ ให้ออกจากที่ดินที่พ่อแม่และครอบครัวพักอาศัยอยู่

เมื่อได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าที่ดินดังกล่าวมีพื้นที่ 6 ไร่ 2 งาน 90 ตารางวา และมีบ้านที่ปลูกอยู่ในพื้นที่อยู่ทั้งหมด 7 หลัง จากการสอบถาม นางวันเพ็ญ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นลูกสาวคนที่ 3 เปิดเผยว่า พ่อของตนแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับแม่ ซึ่งเป็นภรรยาคนแรก ปี พ.ศ. 2523 และมีลูกด้วยกันทั้งหมด 6 คน จากนั้นพ่อก็ได้มีภรรยาคนรอง และพ่อคิดจะย้ายไปอยู่กับภรรยารอง ซึ่งมีลูกด้วยกัน 2 คน เลยคุยกับแม่ว่าจะแบ่งพื้นที่แปลงนี้ให้กับลูกทั้งหมด 6 คน เท่าๆกัน เพราะถ้าย้ายไปแล้วจะได้ไม่มีปัญหา เลยได้คิดว่าจะย้ายกรรมสิทธิ์ไปให้ลูกคนโตและลูกคนที่ 5 

สำหรับลูกคนที่ 5 เรียนสูงกว่าคนอื่นๆ น่าจะจัดการอะไรได้ดีกว่าพี่น้องในบ้าน และทุกๆคนในบ้านก็เชื่อใจ โดยพี่ชายคนโตทำงานขับรถบรรทุก ทำให้ไม่มีเวลามาทำเรื่องโอนย้ายกรรมสิทธิ์ที่ดินในเวลานั้น จึงบอกว่าย้ายให้กับนางนภาพร  ที่เป็นลูกสาวคนที่ 5 คนเดียวก็ได้ ทุกคนจึงตกลงกันแบบนั้น เพราะความเชื่อกัน เห็นเป็นพี่น้องกัน คงไม่มีปัญหาอะไร จึงได้นัดเวลาไปจัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใส่ชื่อลูกสาวคนที่ 5 ที่สำนักงานที่ดิน จ.ปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรี เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2547 จนพี่น้องทุกคนได้ปลูกบ้านและพักอาศัยบนที่ดินผืนนี้กันครบทุกคน

เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีก็ไม่มีการแบ่งที่ดินกันเสียที พี่น้องจึงได้มีการสอบถามไปยังลูกสาวคนที่ 5 ซึ่งทุกครั้งก็จะได้คำตอบเดิมๆ คือการบ่ายเบี่ยง และตัวเขาเองก็แทบไม่เคยกลับมาที่บ้านเลย จนกระทั่งปี 2563 พ่อกับแม่เริ่มป่วย พี่น้องจึงเห็นว่าอยากให้มีการแบ่งที่ดินกันให้เสร็จ ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหา ให้ย้ายชื่อโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของพ่อเหมือนเดิม แต่ลูกสาวคนที่ 5 กลับไม่ทำ พอปลายปี 2563 ลูกสาวคนที่ 5 ได้ติดต่อกลับมาที่บ้าน บอกว่าจะให้ทำสัญญาเช่าที่ ไม่ทำก็จะไล่ออกจากที่ดิน ซึ่งพี่น้องทุกคนก็ไม่เข้าใจว่าคืออะไร จากนั้นไม่นานก็มีทนายมาดูที่ดิน เมื่อได้สอบถามกับทางทนาย ก็ได้คำตอบว่า ได้รับมอบหมายให้มาดูที่ดิน และทำสัญญาเช่า ถ้าไม่ตกลงก็จะฟ้องไล่ให้ออกจากพื้นที่ดังกล่าว

ขณะที่ น.ส.จุฑามาศ (ขอสงวนนามสกุล) ลูกสาวคนสุดท้อง บอกว่า หลังจากที่มีปัญหาดังกล่าว ตนได้ไปปรึกษากับทางอัยการ จ.กบินทร์บุรี และเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 65 ที่ผ่านมา ก็ได้เรียกทนายเข้าไปคุย และนัดทางพี่สาวมาไกล่เกลี่ย เขาก็ไม่มา ทางอัยการแจ้งว่าเราสู้ไปก็สู้เขาไม่ได้ เพราะทางเขามีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ของเรามีแค่คำพูด ถ้าเรื่องไปถึงฎีกา เราก็เสียเงินเปล่า เราก็ไม่สามารถจะสู้เขาได้ ให้ถอยดีกว่า ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกับครอบครัวว่าจะเอาอย่างไรต่อ เพราะทางพ่อที่ป่วยก็เพิ่งจะลุกได้วันนี้ และก็มีหลายๆสื่อให้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรม ส่วนความรู้สึก ตนเองรู้สึกเสียใจ เพราะทางเรามีโอกาสมากกว่าพี่คนอื่น พี่คนอื่นเขาเรียนจบแค่ ป.4 พี่ๆคนอื่นก็ส่งเสียเลี้ยงดูมา ไม่น่าทำแบบนี้ ตอนนี้พ่อแม่ก็ป่วยอยู่ เป็นมะเร็งทั้งคู่ ไม่รู้จะทำอย่างไร