7HDร้อนออนไลน์

ย้อนรอยชนวนความแตกร้าว ก่อนฟื้นสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ ในรอบ 32 ปี

ย้อนรอยชนวนความแตกร้าว ก่อนฟื้นสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ ในรอบ 32 ปี
การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 25-26 ม.ค.65 ถูกจับตามองว่าจะเป็นการฟื้นคืนความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียและไทย ในรอบ 32 ปี

ย้อนหลังไปยัง 3 เหตุการณ์ ที่เป็นชนวนสำคัญ ทำให้ซาอุฯ ประกาศลดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย

61efc2d1b008b8.08208776.jpg

เริ่มต้นจากคดีเพชรซาอุฯ นายเกรียงไกร เตชะโม่ง แรงงานชาวไทย ที่เดินทางไปทำงานยังประเทศซาอุฯ และถูกจัดให้เข้าไปทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด ภายในพระราชวังของกษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย เขาได้เริ่มโจรกรรมในวันที่ 6 ส.ค.2532  โดยเขาได้ขโมยเครื่องเพชร 91 กิโลกรัม แล้วส่งเครื่องเพชรกลับมายังประเทศไทย ด้วยบริการขนส่งพัสดุทางอากาศ ปะปนกับเสื้อผ้าและเครื่องใช้ส่วนตัว ซึ่งด่านศุลกากรของทั้ง 2 ประเทศ ตรวจสอบไม่พบ หลังจากนั้นทางการซาอุฯ ประสานมายังทางการไทย ขอให้ติดตามและส่งคืนเครื่องเพชรประจำราชวงศ์

61efc2e7388203.80010585.jpg

แม้ตำรวจจะติดตามนำเครื่องเพชรที่ถูกโจรกรรม ส่งคืนทางการซาอุฯ ได้ แต่ปรากฎว่าเครื่องเพชรของกลางกว่าครึ่ง เป็นของปลอม โดยนายเกรียงไกร เตชะโม่ง ถูกตัดสินโทษจำคุกในข้อหาลักทรัพย์ 7 ปี แต่รับสารภาพ โทษจำคุกจึงลดเหลือ 3 ปี 6 เดือน

61efc2dc6a84c9.42590197.jpg

ขณะที่การติดตามเพชรซาอุฯ  นำไปสู่คดี “อุ้มฆ่า-อำพรางศพ” แม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ เมียและลูกชายของ “นายสันติ ศรีธนะขัณฑ์” พ่อค้าผู้รับซื้อเพชร เกี่ยวพันไปถึง พล.ต.ท ชะลอ เกิดเทศ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สุดท้ายถูกศาลตัดสินประหารชีวิต รับโทษจำคุกนาน 19 ปี ก่อนได้รับการปล่อยตัว

61efc2ff749865.92567498.jpg

คดีลอบสังหาร ฆาตกรรมนักการทูตซาอุฯ ในปี 2532-2533 โดยแนวทางการสอบสวน พบความเชื่อมโยงคดีกับความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศในตะวันออกกลาง เพราะในห้วงเวลาเดียวกัน ได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทูตซาอุฯ ถูกลอบทำร้ายในหลายประเทศ ซึ่งตำรวจไทยได้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาสืบสวนสอบสวน แต่ก็ไม่สามารถนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้

คดีการหายตัวของนักธุรกิจชาวซาอุฯ นายโมฮัมหมัด อัลลูไวรี ซึ่งหายตัวไปในเดือน ก.พ. 2533 โดยไม่สามารถตามจับผู้กระทำผิดได้ รัฐบาลพยายามรื้อฟื้นคดีขึ้นสอบสวนใหม่ และพบความเชื่อมโยงว่า พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ขณะนั้นยศ “พ.ต.ท.” ได้นำตัวนายอัลลูไวรี ไปสอบข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารนักการทูตซาอุฯ หรือไม่ จากปมความขัดแย้งในธุรกิจส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ แต่สุดท้ายเกิดความผิดพลาดจนนายอัลลูไวรีเสียชีวิต แต่ในอัยการมองว่าคดีมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอ จึงสั่งไม่ฟ้อง

เมื่อมีการก่อตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานเพื่อรื้อฟื้นคดีทั้ง 3 คดี หลายครั้ง โดยเฉพาะคดีอัลลูไวรี ในปี 2552 การสอบสวนไปถึงขั้นออกหมายเรียก พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ กับพวก มารับทราบข้อกล่าวหา หน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ โดยอัยการสั่งฟ้องจากหลักฐาน “แหวนรูปพระจันทร์เสี้ยว” ที่ระบุว่าเป็นแหวนประจำตระกูลของนายอัลลูไวรี ส่วนพยานปากสำคัญ ขอให้มีการสืบพยานระหว่างประเทศ

61efc2f1c224d4.21297459.jpg

แต่มีการโต้แย้งว่าการสืบพยานลับหลังจำเลยไม่เป็นธรรม ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งห้ามการสืบพยานปากนี้ในต่างประเทศ เพราะขัดกับสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เมื่อไม่สามารถนำพยานมาเบิกความต่อศาลได้ จึงนำไปสู่คำตัดสินยกฟ้อง
******
แม้ว่าทางการซาอุฯ จะไม่ติดใจคดีลอบสังหารนักการทูต ขณะที่เพชรที่สูญหายได้คืนไม่ครบ หรือคดีอัลลูไวรี ซึ่งยังคงเป็นปริศนา แต่สัญญาณบวกถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดีขึ้นเป็นระยะๆ ทางการซาอุฯ เพิ่มโควตาการเดินทางไปแสวงบุญจากปีละหลักพันคน เป็นหลักหมื่นคน ตลอดจนการพบปะหารือในการประชุมระดับผู้นำ ทั้งการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (ADC ) ครั้งที่ 2 หรือการประชุมผู้นำ G20 และการหารือระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของ 2 ประเทศ

61efc3230f7081.03969115.jpg

การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย ของนายกฯ ตามคำเชิญของมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย จึงเป็นสัญญาณถึงประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม สำหรับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ พับเก็บความหลังที่สร้างรอยร้าว ยาวนาน 32 ปี เพื่อก้าวไปข้างหน้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง