7HDร้อนออนไลน์

ปีแห่งเงินเฟ้อ

#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด คาดว่าโลกกำลังต้องเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในช่วงท้ายของการระบาดโควิดจนไปถึงหลังการระบาดจบสิ้น

ภาวะเงินเฟ้อ หมายถึง ภาวะเศรษฐกิจที่มีค่าครองชีพสูงขึ้น การซื้อสินค้าและบริการปริมาณเท่าเดิมด้วยจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น

อัตราเงินเฟ้อ คำนวณจากอัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภค แบ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อในสินค้าจำเป็นและอัตราเงินเฟ้อในสินค้าทั่วไป

ราคาสินค้าและบริการและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่ใช้ในการคำนวณดัชนีราคาผู้บริโภค ได้แก่
- หมวดราคาของอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งรวมอาหารสด (เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ นม ผัก ผลไม้) เครื่องประกอบอาหาร อาหารสำเร็จรูปที่บริโภคในบ้านหรือนอกบ้าน และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอลล์
- หมวดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่านุ่งห่ม ค่ารักษาพยาบาล ค่าพาหนะและขนส่งซึ่งรวมค่าเชื้อเพลิง ค่าเช่าที่พักอาศัย
- และหมวดอื่นๆ ที่รวมไปถึงการศึกษา การบันเทิง ค่าหนังสือ ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์
======
เมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น โรคระบาด น้ำท่วม พายุเข้า ความเสียหาย/การติดโรค หรือการขนส่งที่ติดขัด ล้วนทำให้อุปทานในตลาดลดลง ราคาอาหารและสินค้าจำเป็นทั้งหลายย่อมปรับตัวสูงขึ้น และเมื่อมีการขาดแคลนของสิ่งอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเพราะการผลิตไม่ทันต่อความต้องการบริโภคอุปโภค เช่น ในช่วงปลายปีเป็นฤดูหนาวของประเทศในโซนอบอุ่นเหนือ เช่น ยุโรป แคนาดา อเมริกา จีน รัสเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น ในขณะที่ช่วงกลางปีเป็นฤดูหนาวของประเทศในโซนอบอุ่นใต้ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศต่างๆ ในทวีปละตินอเมริกา ในช่วงฤดูหนาวก็ต้องเปิดฮีตเตอ ร์หรือเครื่องทำความร้อนมากขึ้น  ใช้ไฟฟ้า ใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงก็จะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี

เมื่อราคาของสินค้าจำเป็นสูงขึ้น ก็ทำให้ค่าครองชีพของทุกคนสูงขึ้นไปโดยปริยาย ไม่เว้นแม้แต่ของผู้ขาย เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ค่าแรงของผู้ผลิตหรือผู้ขายก็จะต้องสูงขึ้นและทำให้ต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าทั่วไปสูงขึ้นตามไปด้วย และเช่นเดียวกัน ผู้ปล่อยเช่าที่ดิน/ที่พักอาศัยเองก็มีค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ต้องปรับค่าเช่าให้สูงขึ้น ซึ่งก็จะทำให้ต้นทุนของผู้ผลิต/ผู้ขายที่ต้องเช่าที่ทำธุรกิจ/ผลิตสินค้าสูงขึ้นไปด้วย ก็ยิ่งดันราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้เพิ่มสูงขึ้นไปอีก
=====
เมื่อเกือบทุกๆ องค์ประกอบที่ใช้ในการคำนวณดัชนีราคาผู้ผลิตให้สูงขึ้น ดัชนีราคาผู้บริโภคก็จะสูงตาม ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อก็จะสูงขึ้น

ยิ่งอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น การซื้อขายก็ยิ่งเร่งตัว ซึ่งโดยปกติธนาคารกลางของแต่ละประเทศจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ แต่หากธนาคารกลางไม่สามารถควบคุมปริมาณเงินและบริหารค่าเงินไม่ให้ผันผวนเกินไปได้ ประสิทธิภาพของเครื่องมือนโยบายการเงินนี้ก็จะลดลง หรือก็คือการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่ได้ช่วยให้อัตราเงินเฟ้อลดลง และเหตุผลนี้เองที่เป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงของการปล่อยให้ใช้คริปโต (ที่ไม่ใช่ CBDC) ในธุรกรรมการซื้อขายสินค้า เพราะแม้จะเชื่อกันว่าปริมาณคริปโตมีจำกัด แต่ประเด็นสำคัญ คือ เราไม่สามารถควบคุมราคาคริปโตได้

และเมื่อคริปโตกลายเป็นสินทรัพย์ชนิดหนึ่ง ราคาคริปโตที่สูงขึ้นจะส่งผลถึงราคาสินทรัพย์อื่นๆ อย่างที่เราได้ประสบกันมาแล้วในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อ assets ในตลาดลงทุนมีมูลค่าสูงขึ้น ด้วยกลไกตลาดและเศรษฐกิจจะดันระดับราคาสินทรัพย์/สินค้าทั่วไปให้สูงขึ้นในที่สุด
=====
ที่ผ่านมา หลายๆ ประเทศใช้นโยบาย QE และนโยบายที่เร่งฉีดเงินเข้าระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตมาตั้งแต่ปี 2009 จนกระทั่งในช่วงการระบาดโควิด ทำให้มีเงินสะสมในระบบการเงินโลกอยู่ค่อนข้างมาก … แต่เมื่อหลายๆ ประเทศเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อเริ่มขยับตัวสูงขึ้น ก็มีแนวโน้มที่จะหยุดการใช้นโยบาย QE และอัตราดอกเบี้ยในตลาดก็จะสูงขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยคือต้นทุนทางการเงินของธุรกิจ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ต้นทุนการผลิต/การขายจึงมีแนวโน้มทิศทางที่สูงขึ้น แม้จะมีการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนลงได้บ้าง ทำให้แม้ว่าโลกจะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่มีการปรับขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของวงจรเศรษฐกิจหลังมีโรคระบาดหรือวิกฤตใดๆ ที่กระทบเศรษฐกิจในระดับโลก

*** เมื่อคาดว่าค่าครองชีพอาจสูงขึ้น ก็อย่าประมาท มัธยัสถ์ใช้อย่างประหยัด อย่าลืมเก็บเงินไว้ให้มีสภาพคล่องเผื่อเวลายามจำเป็นกันบ้าง

61efc63ec52c80.84130091.PNG