7HD ร้อนออนไลน์

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคอีสาน เผยคนเลี้ยงหมูท้อ ตกเป็นจำเลยสังคมถูกกล่าวหาต้นเหตุหมูแพง

วันนี้ (25 ม.ค.65)  นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ยืนยันว่า ขณะนี้เกษตรกรทั่วประเทศ ยังให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ยืนราคาจำหน่ายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มไว้ที่ไม่เกิน 110 บาทต่อกิโลกรัมไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้  ถึงแม้ว่าขณะนี้ต้นทุน ทั้งค่าอาหารสัตว์  ค่ามาตรการป้องกันโรคที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงค่าขนส่ง เพิ่มขึ้นมาก ฟาร์มบางแห่งแบกรับต้นทุนสูงถึง 110-120 บาทต่อกิโลกรัม แต่ก็ยังให้ความร่วมมือตรึงราคาหน้าฟาร์มไว้ ซึ่งหลังจากสิ้นเดือนหน้าแล้ว จะต้องหารือถึงสถานการณ์ราคาอีกครั้ง เพื่อให้ราคาขายหน้าฟาร์มสอดคล้องกับต้นทุนการเลี้ยง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เกษตรกรจะมีภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจนเริ่มท้อ แต่ทุกคนเห็นถึงความเดือดร้อนของคนไทยในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ จึงมีมติร่วมกันดูแลระดับราคาไว้เช่นนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวข้างต้นไม่ได้ตายตัวเสมอไป ตัวอย่างเช่น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาในขณะนี้ปรับตัวลงตามความต้องการของตลาดมาอยู่ที่ 104-108 บาทต่อกิโลกรัม

“คนเลี้ยงหมูร่วมกันรักษาระดับราคาหมูเป็นไว้ที่กิโลกรัมละ 110 บาท ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 และจะดำเนินการต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจภาคครัวเรือนของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเกษตรกรกลับตกเป็นจำเลยของสังคม ว่าเป็นเหตุให้ราคาเนื้อหมูหรือสินค้าอื่นๆแพงขึ้นตามกัน ทั้งๆที่เกษตรกรขายหมูหน้าฟาร์มได้ที่ราคาเดิมมาตลอด เป็นการขายขาดให้กับพ่อค้าคนกลาง โดยไม่ได้มีผลกำไรหรือเกี่ยวข้องกับราคาที่ปรับสูงขึ้นก่อนจะถึงมือผู้บริโภค จึงอยากขอความเข้าใจและความเห็นใจจากผู้บริโภค และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองที่กลไกตลาดเป็นสำคัญ ขอให้อุปสงค์และอุปทานของตลาดเป็นตัวบ่งชี้ราคาสินค้าอย่างเสรี” นายสิทธิพันธ์ กล่าว

นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวถึงข้อเสนอให้นำเข้าเนื้อสุกรเพื่อเพิ่มปริมาณในประเทศว่า เกษตรกรยืนยันคัดค้านเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพราะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงจากเรื่องโรคต่างถิ่นที่อาจปนเปื้อนเข้ามากระทบกับฝูงสุกรของไทย และการนำเข้าเนื้อสุกร ชิ้นส่วน รวมถึงสุกรแปรรูปจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป มีความเป็นไปได้ที่ไทยต้องเปิดให้นำเข้าตลอดไป และมีโอกาสที่จะส่งเข้ามาไม่จำกัด เมื่อปริมาณมากขึ้นอย่างไร้การควบคุม จะทำให้เกษตรกรต้องรับภาระขาดทุนจากภาวะสุกรล้นตลาด ที่สำคัญเนื้อสุกรนำเข้าเหล่านี้ คือตัวการบ่อนทำลายกลไกการเลี้ยงสุกรของไทย เมื่อเกษตรกรไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ย่อมถอดใจเลิกเลี้ยงสุกรทิ้งอาชีพเดียวไป ความมั่นคงทางอาหารของประเทศต้องสั่นคลอน และต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารโปรตีนในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง