สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ยืนยัน รถ จยย.บิกไบก์ ไม่ใช่รถของกลาง

สนามข่าว 7 สี - ประเด็นเรื่องรถจักรยานยนต์ของสิบตำรวจตรี ที่ชนแพทย์หญิงเสียชีวิตตรงทางม้าลาย แม้ว่ามีการชี้แจง แต่ในโลกออนไลน์ก็ยังไม่จบกับเรื่องนี้ ยังมีคนออกมาบอกว่าเป็นรถของกลางที่ถูกยึดไว้ งานนี้ผู้กำกับการ สน.พญาไท เลยต้องออกมายืนยันแบบชัด ๆ อีกครั้งว่าอะไรเป็นอะไร ลงสนามข่าวเรื่องนี้กับคุณพิธพงษ์ จตุรพิธพร

หลังมีการแถลงข่าวของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไขข้อข้องใจในทุกประเด็นที่โลกออนไลน์ตั้งข้อสงสัย เกี่ยวกับอุบัติเหตุของสิบตำรวจตรี นรวิชญ์ บัวดก ตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชน แพทย์หญิงวราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ "หมอกระต่าย" ตรงทางม้าลาย ถนนพญาไท จนคุณหมอเสียชีวิต แต่ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องข้องใจมารายวัน ให้ตำรวจออกมาคลายข้อสงสัยอีกมาก

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่โพสต์ข้อมูลว่า "เป็นรถจากทางร้านขายไปเอง แต่ไม่ได้ขายให้ตำรวจ ลูกค้าขี่ไปโดนจับ ยึดรถไว้ที่สน. ตำรวจเอาไปขี่.. พร้อม #รถของกลางเอาออกไปขี่มันก็ผิดเต็มๆ"

พันตำรวจเอก บวรภพ สุนทรเรขา ผู้กำกับการ สน.พญาไท ชี้แจงและย้ำชัด ๆ อีกว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เป็นรถที่มีการซื้อขายกันอย่างถูกต้อง โดยมีเอกสารหลักฐานในการซื้อขายจากผู้ซื้อ โดยรถคันนี้ถูกขายต่อผ่านมือเปลี่ยนเจ้าของมาแล้วเกือบ 10 ครั้ง จนกระทั่งมาถึงมือสิบตำรวจตรี แต่จากการตรวจสอบประวัติและข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รถคันนี้ไม่เคยถูกตำรวจยึดเป็นของกลาง อีกทั้งหน่วยที่สิบตำรวจตรีสังกัด ไม่มีพนักงานสอบสวน หรือมีการรับทำคดี จึงไม่มีของกลางมายึดไว้ที่หน่วย จึงขอย้ำว่ารถคันดังกล่าวไม่ใช่รถของกลางในคดีอย่างแน่นอน ส่วนจะพิจารณาดำเนินคดีกับคนที่โพสต์ข้อความดังกล่าวหรือไม่

ส่วนเรื่องเพจเฟซบุ๊ก "หมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor" โพสต์ข้อความว่า "เวรกรรมมีจริง วันศุกร์ หลังชน ตำรวจไปตรวจตาที่ โรงพยาบาลตำรวจ จะบอกว่าตามัวเลยชน แต่คนที่รับปรึกษาเรื่องตามัววันนั้นคือ หมอต่าย เขาเลยตามหาตัวกัน เลยรู้ว่าถูกชน พีคสุดๆ" โดยมีภาพข้อความแช็ตข้อความพูดคุย และอีกโพสต์หนึ่งที่นำภาพใบนัดของโรงพยาบาลตำรวจ มาโพสต์ประกอบเป็นหลักฐาน หลายคนจึงตั้งข้อสังเกตว่า "หรือสิบตำรวจตรีต้องการใบรับรองแพทย์ไปใช้เป็นข้ออ้าง" หรือ "อาจเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากการประสบอุบัติเหตุ"

พลตำรวจตรี บุณยรัสน์ พุกกะเวส นายแพทย์สัญญาบัตร 7 โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ยอมรับว่า เรื่องนี้มีความจริงบางส่วน ข้อเท็จจริงคือ วันเกิดเหตุ สิบตำรวจตรี นรวิชญ์ ขอตรวจดวงตาจริง แต่เจ้าหน้าที่ติดต่อจักษุแพทย์เวรวันนั้น คือ แพทย์หญิงวราลัคน์ หรือคุณหมอกระต่าย ไม่ได้ จึงมีแพทย์คนอื่นมาดูอาการ และหากอาการสายตาพร่ามัว มองภาพไม่ชัด ไม่ดีขึ้น ก็ให้มาพบกับแพทย์อีกครั้ง ก่อนจะออกใบนัดให้มาพบ "หมอกระต่าย" เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และในวันเกิดเหตุ ทั้งแพทย์ที่โรงพยาบาล และสิบตำรวจตรี นรวิชญ์ ก็ยังไม่ทราบว่า คุณหมอกระต่าย คือคนที่ถูกชนในอุบัติเหตุดังกล่าว

ไปดูความคืบหน้าเรื่องคดีกันบ้าง ตอนนี้ได้ส่งรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุ ไปตรวจสอบสภาพรถที่กองบังคับการตำรวจจราจรแล้ว โดยจะตรวจสอบสภาพของรถช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุ ดูว่ารถมีปัญหาขัดข้องในระบบใดที่อาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุหรือไม่ และใช้ประกอบในการคำนวณหาความเร็วขณะเกิดเหตุ ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยคำนวณหาความเร็วจากภาพกล้องวงจรปิด และผลการตรวจรถ และยืนยันคำให้การว่า ขี่รถมาด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือไม่

สำหรับการสอบปากคำพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุไปแล้ว เหลือเพียงการสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญที่จะคำนวณความเร็ว แพทย์ชันสูตร และผู้ที่ครอบครองรถจักรยานยนต์ที่ผ่านมาทั้งหมด ตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องสอบปากคำผู้ก่อเหตุ เพราะในวันเกิดเหตุได้สอบปากคำครบถ้วนแล้ว เชื่อว่าจะนำสำนวนคดีส่งฟ้องต่ออัยการได้ทัน ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้อย่างแน่นอน ซึ่งความคืบหน้าทั้งหมดได้แจ้งญาติผู้เสียชีวิตเป็นระยะ ขอให้ครอบครัวของคุณหมอกระต่าย และประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า คดีดังกล่าวจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ขออย่าให้หลงเชื่อกระแสในโลกโซเชียลและข้อมูลต่าง ๆ