สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : คนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงทองกลางห้างฯ มอบตัวแล้ว

สนามข่าว 7 สี - ไปดูคดีนี้เมื่อวาน (25 ม.ค.) เรานำเสนอไป กรณีคนร้ายใช้ปืนบุกเดี่ยวไปจี้ชิงทองในห้างดังเมืองเพชรบูรณ์ กวาดทองไปน้ำหนัก 23 บาท แต่สุดท้ายทนแรงกดดันไม่ไหว เข้ามอบตัวกับตำรวจ ลงสนามข่าวนี้กับ คุณชลิตา สร้อยเสพ

ตำรวจ สภ.หล่มสัก ใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ จี้ชิงทองในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมาได้ หลังเจ้าตัวกวาดทองคำน้ำหนัก 23 บาท ชักปืนยิงเปิดทางขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

โดยหลังก่อเหตุ ผู้ต้องหา คือ นายนพรุจ สุขเสถียร อายุ 39 ปี ทนแรงกดดันไม่ไหว ตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์ไปหาภรรยาที่อำเภอหล่มสัก พร้อมเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ก่อนจะประสานผ่านกำนันตำบลบ้านเนิน (อำเภอหล่มสัก) เพื่อติดต่อขอเข้ามอบตัวตำรวจ พร้อมของกลาง 

ตำรวจเค้นสอบเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า แรงจูงใจทั้งหมดมาจากภาระหนี้สิน เพราะเป็นพ่อค้ารับซื้อมะขามหวาน แต่ด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด ทำให้ค้าขายไม่ดี ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ แต่จ่ายไม่ไหว จึงตัดสินใจก่อเหตุ

ผู้ต้องหาอ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อับจนทนทาง จึงตัดสินใจก่อเหตุลงไป

ด้านภรรยาของผู้ต้องหา บอกว่า สามีน่าจะเครียดเรื่องหนี้สิน เพราะที่ผ่านมา มีเจ้าหนี้เข้ามาทวงถามอยู่บ่อยครั้ง แต่ตอนแรกที่เห็นข่าวแชร์กัน ก็ไม่คิดว่าจะเป็นสามีของตัวเอง กระทั่งตำรวจมาหาถึงบ้านพัก และเอาภาพมาให้ดู ถึงกับเข่าอ่อน เพราะคนที่ก่อเหตุเป็นสามีของเธอเองจริง ๆ

พ่อของผู้ต้องหา บอกว่า ปกติแล้วลูกชายเป็นคนร่าเริง รับผิดชอบดูแลครอบครัว ส่วนเรื่องหนี้สินตนไม่ทราบ เนื่องจากลูกชายแยกไปมีครอบครัวและอาศัยอยู่ที่อื่น และเสียใจที่ลูกชายไปก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
 
จากนั้นตำรวจ คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่จุดเกิดเหตุ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฐานชิงทรัพย์ โดยมีอาวุธปืน ก่อนคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ ทุกอาชีพได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน แต่การหาทางออกด้วยการกู้หนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงทวงหนี้โหด ย่อมตามมาด้วยแรงกดดัน และการตัดสินใจที่ผิดพลาด แม้จะตัดสินใจก่อเหตุเพื่อหาทางรอดของชีวิต แต่สุดท้ายก็ต้องชดใช้ความผิดที่ตัวเองก่อ หนีไม่พ้นกฎหมาย