7HDร้อนออนไลน์

4 ปัจจัยทำเศรษฐกิจตรุษจีนปีนี้ไม่คึกคัก

เทศกาลตรุษจีนกำลังจะมาถึง #เศรษฐศาสตร์ตลาดสด จะพาทุกท่านไปสำรวจบรรยากาศเศรษฐกิจช่วงตรุษจีนปีนี้ ว่ามีแนวโน้มอย่างไร

เทศกาลตรุษจีนปีนี้อยู่ระหว่าง 28 ม.ค. - 3 ก.พ. 2565 ปกติตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจคึกคัก เพราะมีการจับจ่ายใช้สอยจากคนไทยโดยทั่วไปและคนไทยเชื้อสายจีน ทั้งซื้อของไหว้เจ้า กินเลี้ยงในโอกาสรวมญาติ ตลอดจนธรรมเนียมให้เงินอั่งเปาแก่ลูกหลานหรือญาติผู้ใหญ่ รวมถึงห้างร้านต่างๆ ที่หลายแห่งนิยมให้โบนัสแก่พนักงานช่วงตรุษจีน นอกจากนี้ยังมีการเดินทางท่องเที่ยวจากทั้งคนไทยและต่างชาติ เม็ดเงินเหล่านี้ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัว พ่อค้าแม่ค้าขายของได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตรุษจีนปีนี้เสี่ยงไม่คึกคักเท่าที่ควร ด้วยสาเหตุหลักอย่างน้อย 4 ประการ

หนึ่ง กำลังซื้อที่หดตัวจากสินค้าราคาแพง ทั้งอาหารและของไหว้

เนื่องจากสถานการณ์ราคาอาหารหลายประเภททั้งเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และเครื่องปรุงรสต่างๆ ล้วนมีราคาสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าลดลง ตัวอย่างเช่น ราคาเนื้อหมูที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าราคาปรับตัวเพิ่มมากสุดในรอบ 10 ปี ไม่ใช่แค่อาหารที่แพงขึ้น แต่ของไหว้ เช่น กระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษ ต่างมีราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องกระดาษที่นำเข้าจากประเทศจีนที่ราคาสูงขึ้น จากทั้งต้นทุนสินค้าที่ปรับเพิ่ม และค่าขนส่งโดยเฉพาะจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น มีการประเมินว่ากระดาษไหว้เจ้าปีนี้มีราคาแพงขึ้น 30-40% จากปีก่อนทีเดียว ผลของราคาสินค้าที่แพงขึ้นเกือบทุกประเภท ส่งผลให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าน้อยลง

สอง คนกลัวโควิด จึงออกไปจับจ่ายลดลง

นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอนที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวดเร็ว มีรายงานว่าโควิดสายพันธุ์โอมิครอนแพร่เร็วกว่าเดลตา 4-5 เท่า ทำให้ติดต่อง่าย ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนกลัว และออกไปจับจ่ายลดลง หันไปซื้อหาสินค้าง่ายๆ เท่าที่สะดวกในการนำมาไหว้เจ้า

ดูได้จากผลสำรวจของกรมอนามัย (สำรวจเมื่อ 15-21 ม.ค. 2565) พบว่าประเด็นที่ประชาชนกังวลมากสุดคือ มีประชาชนมากถึง 51.8% กลัวติดเชื้อโควิดจากการไปจับจ่ายซื้อของไหว้เจ้า จากทั้งตลาด ห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ต จำนวนดังกล่าวสูงกว่ากลัวการติดเชื้อจากงานรวมญาติ (42%) และ กังวลว่าหากผู้สูงอายุติดเชื้อจะมีอาการรุนแรง (41.2%)

สาม เศรษฐกิจไม่ดี ผู้บริโภคประหยัดขึ้น

นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่ดีมาอย่างต่อเนื่อง รายได้ประชาชนลดลง บ้างตกงาน บ้างถูกลดเงินเดือน บ้างไม่มีโบนัสหรือโบนัสลดลง ส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชน หลายครัวเรือนประหยัดขึ้น เช่นที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ EIC วิเคราะห์ว่าการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนกระทบต่อบรรยากาศเศรษฐกิจช่วงต้นปี 2565 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวลดลง จากเดิมที่คาดการณ์ 3.4% เหลือ 3.2% สอดคล้องกับที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่าการระบาดของโอมิครอนกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้ ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าขึ้น

สี่ ผลกระทบจากโควิด ทำให้ขาดนักท่องเที่ยว ตลอดจนกระทบการจัดงานเฉลิมฉลองภายในประเทศ

ผลกระทบของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่ง่าย ทำให้รัฐบาลไทยปรับมาตรการรับนักท่องเที่ยวให้เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยลดลง เช่นในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งปกติคึกคักเนื่องจากชาวมาเลเซียและสิงค์โปร์นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน แต่ปีนี้ด้วยโควิดกลับมาระบาดเพิ่มขึ้น ทำให้คนต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้าไทยได้สะดวก ส่งผลต่อกำลังซื้อช่วงตรุษจีนและผู้ประกอบการในชายแดนใต้

ขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมในประเทศที่มีการรวมตัวของประชาชนส่วนใหญ่ก็ถูกยกเลิก เช่น งานตรุษจีนที่เยาวราชซึ่งงดจัดงานเป็นปีที่สอง รวมถึงงานตรุษจีนในจังหวัดต่างๆ เพื่อป้องกันการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน

การขาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการงดจัดงานรื่นเริงที่มีการรวมตัวของประชาชน ส่งผลให้กำลังซื้อช่วงตรุษจีนหดหายไปเมื่อเทียบกับก่อนโควิด

จาก 4 ปัจจัยข้างต้น ทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจช่วงตรุษจีนปีนี้ไม่คึกคักเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิดช่วงตรุษจีนนี้ #เศรษฐศาสตร์ตลาดสด แนะนำว่า หากเป็นไปได้ ผู้บริโภคควรเลือกไปจับจ่ายสินค้าในสถานที่ที่ระบายอากาศดี โล่ง โปร่ง ไม่แออัด มีการคัดกรองผู้ใช้บริการ ควรใช้เวลาในตลาดให้น้อยที่สุด วางแผนว่าจะซื้ออะไรบ้างก่อนไปตลาดให้ดี เป็นไปได้อาจใช้วิธีซื้อออนไลน์ หรือบริการเดลิเวอรีเพื่อลดความเสี่ยง นอกจากนี้ หากมีการรวมญาติ ต้องระวังผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้ดี

สุขสันต์วันตรุษจีน ขอให้ทุกท่านเฮงๆๆ ตลอดปี