7HDร้อนออนไลน์

สามีผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี แอบไปแต่งงานใหม่กับสาวอีกคน

26 มกราคม 2565 อีกหนึ่งเรื่องราวรักสามเศร้า สำหรับปัญหาภายในครอบครัว ที่มักปรากฏให้เห็นเป็นข่าวบ่อยครั้ง สามีแอบไปแต่งงานใหม่โดยที่ภรรยาหลวงไม่รู้ ซึ่งรายล่าสุดเป็นเรื่องราวของผู้ใหญ่บ้านสาว ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ได้นำเอกสารเป็นรูปภาพและใบทะเบียนสมรสเข้าร้องเรียนกับแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง หลังจากที่ทราบว่าสามีที่อยู่กินถูกต้องตามกฎหมาย มากว่า 4 ปี กลับแอบไปแต่งงานกับสาวที่จังหวัดพะเยา ทั้งที่ก่อนหน้าจะแต่งงานเพียง 1 วัน ยังนอนอยู่ด้วยกัน 

โดยผู้ใหญ่บ้านสาวคนดังกล่าว คือ นางสาวปาริชาติ อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลหัวลำ อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ได้กล่าวกับทีมข่าวว่าตนเอง ไม่คาดคิดว่าสามีที่อยู่กินแต่งงานกันมากว่า 4 ปี ดูแลกับมาอย่างดี จะมาหลอกสวมเขา เมื่อรู้ข่าวจึงทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้เรื่องกฎหมาย ถ้าทนายคนไหนพอจะยืนมือช่วยเหลือก็ยินดี สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เราก็ไม่ได้โทษผู้หญิงใหม่ เพราะเขาอาจจะไม่รู้เรื่องว่าฝ่ายชายมีภรรยาแล้ว แต่ทั้งหมดเป็น เพราะฝ่ายชายทำลายศักดิ์ศรีของผู้หญิงทั้ง 2 คนในเวลาเดียวกัน

ล่าสุดวันที่ 26 มกราคม 2565 ทีมข่าวได้เดินทางมายังพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลหัวลำ อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี จึงได้พูดคุยกับ นางสาว ปาริชาติ อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้านสาวคนดังกล่าว เล่าให้ทีมข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า ตนเพิ่งจะมาทราบเรื่องทั้งหมดในวันที่ 23 มกราคม 2565 เวลา 21.00 น. โดยก่อนหน้านี้ในวันที่ 8 มกราคม 2565 ตนเองทราบว่า สามีของตนเองอ้างว่า จะเดินทางไปงานแต่งงานพี่ชายที่จังหวัดพะเยา ซึ่งตนเองก็มองว่าพี่ชายของสามี อยู่กินกับพี่สะใภ้มานานหลายปีแล้ว ไม่น่าจะแต่งงาน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 22.00 น. สามีของตนเอง อ้างว่าเดินทางไปรับแม่ที่ กับพี่สาว จังหวัดสุโขทัย เพื่อไปงานแต่งพี่ชายกับพี่สะใภ้ ที่จังหวัดพะเยา

หลังจากที่ตนเองเกิดความสงสัยวันที่สามีกลับมาบ้าน ในคืนที่ทราบเรื่องนั้น ตนเองมีความสงสัยว่าเนื่องด้วยคบกันมานาน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวแตะโทรศัพท์กัน แต่อยากลองเปิดโทรศัพท์สามีดู ทราบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่แทนตัวกันว่า "พ่อ" และ "แม่" คุยกันน่ารักสนิทสนม และพูดคุยกันถึงเรื่องลูก ตนจึงถ่ายภาพหน้าจอโทรศัพท์เก็บไว้เป็นหลักฐาน เมื่อมานั่งคุยกัน สามีก็ยังไม่ยอมรับ อ้างว่าผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นรุ่นน้องที่รู้จัก ตนเองจึงย้ำว่า เอาดีดี หรือจะให้อ่านแช็ตหรือไม่ แล้วไปแต่งงานกันมาใช่หรือไม่ สามีจึงพยักหน้ายอมรับผิด และพูดกับตนเองว่า "พี่ก็เป็นของพี่แบบนี้อยู่แล้ว สันดานพี่เป็นแบบนี้ แต่เราไม่รู้เอง" ตนเองรู้สึกช็อกและตกใจมากๆ ทำไมถึงพูดเช่นนี้ โดยนายสัญญา ยังบอกอีกว่า "ก็พี่อยากมีลูก แต่เรามีให้พี่ไม่ได้"

โดยตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ที่คบกันอยู่กินกันมา ตนเองคบหาดูใจกันก่อนจะแต่งงาน 1 ปี เพราะอยู่กินก่อนแต่ง และแต่งงานมากันแล้ว 4 ปี ต่างคนต่างรักกันดี ไม่มีอะไรผิดปกติ ถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กด้วยกันเสมอ และพยายามมีลูกแล้ว ด้วยการฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก แต่ไข่ของตนเหลือเพียงลูกเดียว และเล็กมาก ๆ ก็ทำให้ไข่ฝ่อ ไม่สามารถมีลูกได้ ตนจึงคุยกันว่าก็อยู่กันแบบนี้ ไม่มีลูกก็ได้ เพราะต่างคนต่างหย่าร้างกันมา ต่างคนต่างมีลูกติดเป็นลูกผู้หญิงทั้งคู่ ตนก็มีลูกสาว อายุ 11 ขวบ ส่วนสามีก็มีลูกสาว อายุ 15 ปี ตนเองมารู้สึกผิดปกติเมื่อประมาณ 3- 4 เดือนที่ผ่านมา ที่สามีไปทำงานต่างจังหวัด จะกลับมาสัปดาห์ละ 1 วัน ปกติจะวิดีโอคอลเห็นหน้ากันทุกวัน แต่พอระยะหลังมีข้ออ้างหลายอย่าง ทั้งโทรศัพท์ไม่ค่อยดี ลำโพงโทรศัพท์เสียบ้าง อยู่กับหัวหน้าบ้าง หูฟังไม่ดี สารพัดข้ออ้าง ตนจึงรู้สึกแปลกใจ บ้างครั้งโทรศัพท์ติดต่อไปก็ไม่ได้รับสาย

เมื่อความแตกตนเองพยายามโทรศัพท์ ก็ไม่รับสาย เพราะตนก็อยากที่จะไกล่เกลี่ย เมื่อรับสาย สามีกลับบอกเพียงว่า ถ้าจะพูดเรื่องการฟ้องหย่าก็พิมพ์ทิ้งไว้ แต่ถ้าธุระอื่นคงไม่มีเรื่องที่ต้องคุยกันอีกแล้ว  "ตอนนี้ถามว่ายังรักอยู่ไหม ยังรักอยู่เสมอ แต่เสียใจมากกว่าที่ทำเช่นนี้ เพราะคิดว่าการที่ทั้ง 2 คน ถูกหย่าร้างมาทั้งคู่ การอยู่ร่วมกันใหม่อาจจะทำให้ใช้ชีวิตได้ยืนยาวจนแก่เฒ่า แต่ก็ไม่ใช่ ส่วนตัวตอนนี้ต้องการ หย่าจริง ๆ หากมีทนายท่านไหนที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ ก็วอนขอความช่วยเหลือด้วย เนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องของกฎหมายเลย  นางสาวปริชาติ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายกับทีมข่าวว่า วันที่แต่งงานตนเองยังโอนเงินไปผูกแขน 1,000 บาท ด้วยเพราะนึกว่าเป็นงานแต่งพี่ชายสามีจริง แต่กลับเป็นงานแต่งสาวมีกับหญิงคนอื่นถึงกลับช๊อก