เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : การสอบ TCAS กับอนาคตเด็กไทย

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตีตรงจุด วันนี้ เกาะติดปัญหาการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS หลังมีดรามาติดโควิด ให้ไปสอบปีหน้า ทางแก้ ทางออก มีหรือไม่ เสียงสะท้อนของนักเรียนเป็นอย่างไร ไปติดตาม

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จังหวัดอุบลราชธานี คนนี้ เป็น 1 ในผู้ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ ผ่านระบบ TCAS และกำลังรอลุ้นผลการสอบในรอบ portfolio ที่จะเข้าเรียนในสาขาด้านนิเทศศาสตร์ ซึ่งเป็นรอบแรกของการสอบ โดยเขายอมรับว่า ตั้งใจและทุ่มเทกับการเตรียมตัวสอบมา นานเกือบ 2 ปี ทั้งอ่านหนังสือด้วยตัวเองและไปลงเรียนพิเศษที่ต่าง ๆ เพราะอยากเข้าเรียนในสาขาวิชาที่ชอบ ซึ่งส่วนตัวแล้วเขามองว่า สำหรับชีวิตของเด็กมัธยมปลาย การสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีความสำคัญมาก เพราะนั่นหมายความไปถึงการก้าวไปสู่อนาคต ที่จะได้ทำงานในอาชีพที่ฝันไว้

การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ใช้ระบบ TCAS หรือย่อมาจาก Thai University Center Admission System ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2561 เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการสอบและการเดินทางของเด็กและผู้ปกครอง ไม่ต้องเดินทางไปตระเวนสอบเองเหมือนเช่นในอดีต  โดยจะมีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. เป็นคนออกแบบระบบการสอบ TCAS ให้ และคอยทำหน้าที่เหมือนเป็นศูนย์กลางจัดการสอบ นำคะแนนมารวม เพื่อกระจายตามมหาวิทยาลัยที่เด็กเลือกไว้ ซึ่งปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่อยู่ในระบบนี้ทั้งหมด 82 แห่งทั่วประเทศ  

โดยปีนี้ กำหนดระบบสอบ TCAS ไว้ 4 รอบ 4 รูปแบบ คือ รอบ Portfolio ยื่นแฟ้มสะสมผลงาน สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ, รอบโควต้า สำหรับเด็กในเครือข่ายโครงการพิเศษ และคนที่ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด, รอบ Admission ที่จะสมัครรอบเดียวพร้อมกันทั่วประเทศ และพิจารณาจากคะแนนสอบล้วน ๆ , และรอบ Direct Admission หรือรอบรับตรงอิสระ ซึ่งถือเป็นรอบเก็บตกสำหรับน้อง ๆ ที่ยังไม่มีที่เรียน หรือยังไม่ได้คณะที่ถูกใจ

ฟังดูแล้วเหมือนจะมีการรองรับที่ดี และช่วยทำให้เด็กมีที่เรียนแน่นอน แต่ล่าสุดก็มีประเด็นดรามาเรื่องของการสอบ TCAS จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 4 และเกิดแฮชแท็ก แบน ทปอ. บนโลกออนไลน์ หลังมีการทวิตภาพการพูดคุยกับแอดมินเพจ Mytcas.com ที่เป็นช่องทางหลักของที่ ทปอ. ที่ใช้ในการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลการสอบ TCAS แต่กลับมีการตอบคำถามของนักเรียน ด้วยคำตอบที่ไม่เหมาะสม หลังมีการเข้าไปสอบถามเรื่องการสมัครสอบ GAT/PAT ว่ามีมาตรการอย่างไรในสถานการณ์โควิด-19 ให้ควบคู่ไปกับการจัดสอบอย่างเป็นธรรม และรักษาสิทธิของผู้เข้าสอบ

ทั้งที่บางคำถามนั้น น่าจะมีการอธิบาย หรือตอบได้ดีกว่านี้ เช่นนักเรียนถามว่า "ถ้าติดโควิดก่อนสอบ และหายไม่ทันวันสอบ จะต้องทำอย่างไร" ซึ่งแอดมินเพจตอบกลับว่า "สอบปีหน้า หรือไม่ก็เลือกสาขาที่ไม่ต้องใช้คะแนนสอบ" และถามว่า "ถ้าหมอให้กักตัวช่วงสอบ มีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง" แต่แอดมิน ทปอ. ระบุว่า "ต้องกักตัว และสมัครสาขาที่ไม่ต้องใช้คะแนนสอบ"

ซึ่งก่อนหน้านี้ แอดมินเพจเดียวกัน ก็เคยมีการตอบคำถามด้วยข้อความลักษณะเดียวกันนี้ จนเคยเป็นประเด็นบนโลกโซเชียลมาแล้ว ว่า หากมีการติดโควิดจากการไปเข้าสอบ ก็เกิดจากคนที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม ที่ป่วยแล้วยังแอบมาสอบ และที่ ทปอ. ไม่มีการจัดตรวจ ATK เพราะเป็นการสร้างภาระ  ซึ่งการตอบคำถามนี้ ยิ่งสร้างความกังวลให้กับเด็กและผู้ปกครองว่า หากหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบการจัดสอบ ไม่มีมาตรการคัดกรองที่ชัดเจนและเข้มข้น หรือแม้แต่การตรวจก่อนเข้าห้องสอบ จะกลายเป็นการเสี่ยงทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือแพร่ระบาดของโควิดจากสนามสอบหรือไม่

แม้แต่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ไปหารือกับ ทปอ. เพื่อช่วยหาแนวทางในการจัดการสอบหากนักเรียนติดโควิด-19 ยังออกมายืนยันผลการหารือว่า จะมีการจัดห้องสอบเฉพาะให้ สำหรับผู้เข้าสอบที่เป็นกลุ่มเสี่ยง แต่ไม่มีนโยบาย ไปจัดสอบในโรงพยาบาล หรือสถานที่กักตัวให้ได้ เพราะไม่สามารถจัดบุคลากรเข้าไปดำเนินการจัดสอบ หรือ คุมสอบได้ และเป็นมาตรการที่ยุ่งยาก การสอบจะต้องสอบที่สนามสอบอย่างเป็นทางการเท่านั้น 

ยิ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายในสังคม ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มนักเรียนและผู้ปกครองที่ต้องสอบเท่านั้น ว่าเป็นการตอบคำถามที่ไม่ต่างจากคนไม่มีหัวใจ เพราะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีปัจจัยแตกต่างจากการสอบช่วงปกติ สะท้อนให้เห็นว่า ทปอ. ไม่เข้าใจความสำคัญของการสอบต่อนักเรียน โดยเฉพาะต่ออนาคตของเด็ก หากให้เด็กที่ไม่สามารถมาสอบได้เพราะติดโควิด-19 เลื่อนการสอบไปสอบในปีถัดไป ยิ่งทำให้เด็กเกิดความกดดัน และทำให้การแข่งขันของเด็กจะยิ่งมากขึ้น จึงมีข้อเสนอให้รื้อระบบคัดเลือกนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยใหม่

ล่าสุด ในเรื่องนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยว่า นักเรียนที่ติดโควิด-19 ไม่ควรเสียสิทธิ์การสอบ หรือเสียโอกาสอะไรไป ซึ่งเตรียมจะเรียกกระทรวงศึกษาธิการ มาหารือเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ร่วมกัน