เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : ขุมทรัพย์ TCAS

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ปิดท้ายตีตรงจุดวันนี้ ไปดูค่าใช้จ่ายของเด็กไทยที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้นทุนขั้นต่ำในการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย จะต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง รู้ครบ จบในข่าวนี้ 

แม้ว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ได้เป็นการยืนยันความสำเร็จในชีวิต แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การสอบ เป็นใบเบิกทางเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย และมีมูลค่าของใบเบิกทาง ที่เด็กนักเรียนและผู้ปกครองต้องจ่าย

ซึ่งก่อนหน้านี้ ดร.พีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้จัดการระบบ TCAS เคยออกมาพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายของการสอบว่า ค่าเลือกอันดับคณะมหาวิทยาลัย 10 อันดับ เพียงแค่ 900 บาท ถือว่าไม่แพงและถูกมาก ในช่วงโควิด-19 ยังมีการปรับลดอีก 15%

แต่หากมาดูที่ต้นทุนขั้นต่ำในการที่จะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ที่ต้องจ่ายในระบบคัดเลือกกลาง TCAS ปีการศึกษา 2565 เด็กนักเรียนและผู้ปกครองต้องมีค่าสมัครสอบประมาณ 1,300-1,500 บาทเป็นอย่างน้อย เพราะแต่ละคณะจะใช้เกณฑ์คัดเลือกไม่เหมือนกัน ราคาที่ต้องจ่ายจึงต่างกันตามรายวิชาที่ต้องสอบ

เริ่มตั้งแต่ค่าสนามสอบ GAT/PAT ที่เป็นวิชาความถนัดทั่วไป และวิชาความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ ซึ่งนักเรียนต้องใช้เป็นคะแนนในการเข้า ขึ้นกับแต่ละคณะที่จะลง วิชาละ 140 บาท 

ค่าสนามสอบวิชาสามัญ 9 วิชาที่ต้องสอบ วิชาละ 100 บาท ทั้งวิชาภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา วิทยาศาสตร์ทั่วไป

และยังมีค่าสอบวิชาเฉพาะ ที่แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีการกำหนดในการสอบแต่ละคณะ หรือ สาขา ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้จะแตกต่างกันไป ขึ้นกับว่าเด็กเลือกสอบเข้าคณะอะไร

และค่าเลือกสมัครอันดับรอบแอดมิชชัน ซึ่งสามารถเลือกได้สูงสุด 10 อันดับ โดยปัจจุบันมีมติให้ลดราคาลง 15% หากเด็กเลือกแค่ 1 อันดับ ก็จะเสียเงินส่วนนี้ 127.50 บาท แต่หากเลือกครบ 10 อันดับ ต้องจ่ายในส่วนนี้ทั้งหมด 765 บาท ซึ่งการเลือกอันดับยิ่งมาก ก็ยิ่งหมายถึงโอกาสที่จะสอบติด มีที่เรียนต่อ แม้จะไม่ใช่คณะที่ตรงตามที่ตั้งใจก็ตาม 

หลายคนคงสงสัยว่า แล้วเงินที่เก็บจากนักเรียนในการสมัครสอบนี้ ถูกนำไปไหนต่อ คำตอบคือ จะมีการจัดสรรเป็น สองส่วน คือที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. และมหาวิทยาลัย โดย ทปอ. จะหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายการจัดทำระบบ ค่าพัฒนาโปรแกรม เพราะทุกอย่างทำเป็นระบบออนไลน์ ค่าส่งข้อความ sms ค่าจ้างครูคุมสอบ ค่าใช้จ่ายซื้อพื้นที่เก็บข้อมูล ค่าประชุมระหว่างมหาวิทยาลัย และ ทปอ. รวมถึงค่าจ้างแอดมินในการดูแลเพจ เพื่อสื่อสารให้ข้อมูลกับเด็กและผู้ปกครองในการสอบด้วย

เมื่อ ทปอ. หักค่าใช้จ่ายแล้ว จะปันกลับไปให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ

สุดท้ายแล้วในเรื่องนี้ แม้การเรียนระดับอุดมศึกษา จะไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ แต่อาจจะต้องมองย้อนกลับไปว่า การจ่ายเงินเพื่อให้ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา เป็นเรื่องที่ภาครัฐควรกลับไปทบทวน ว่าการศึกษา ควรเป็นพื้นฐานของสวัสดิการภาครัฐหรือไม่

เพราะแม้ว่าการประสบความสำเร็จในชีวิต จะไม่ได้วัดด้วยคุณค่าการศึกษา แต่เมื่อโอกาสทางการศึกษาต้องแลกกับราคาที่ต้องจ่ายนี้ อาจทำให้เด็กนักเรียนอีกส่วนหนึ่ง ถูกตัดโอกาสที่จะได้เข้าถึงการศึกษา เพียงเพราะแค่ไม่มีเงิน