ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : มรสุมธรรมาภิบาล ซัด รัฐบาลประยุทธ์

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ชวนท่านผู้ชมติดตาม การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในคุรุสภา หลังมีการเลิกจ้างเลขาธิการคุรุสภาคนเก่า ล่าสุดมีการตั้งคนรักษาการตำแหน่งนี้แล้ว การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งที่เกิดขึ้น มีผลกระทบอย่างไรกับข้าราชการในหน่วยงานหรือไม่ ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

เป็นเสียงสะท้อนจากข้าราชการในคุรุสภา ที่กำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร หลัง นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ถูกเลิกจ้าง จากเหตุผลไม่ผ่านการประเมินผลงานไปเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดยผลกระทบที่ข้าราชการได้รับโดยตรง คือ เงินเดือนที่เคลื่อนออกไปสามวัน เพราะไม่มีการตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนอย่างทันท่วงที แม้ว่าในวันนี้จะมีการตั้ง นายประวิต เอราวรรณ์ มาทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการคุรุสภาแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำให้การเบิกจ่ายเงินเดือน เดือนมกราคม ของพนักงานเจ้าหน้าที่คุรุสภากว่า 400 คน ทั้งที่อยู่ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ไม่สามารถได้รับเงินเดือนตามกำหนดเวลาเดิม คือ วันที่ 26 มกราคม แต่จะได้รับเงินเดือนในวันที่ 28 มกราคมแทน กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ที่วางแผนเรื่องการเงินไว้แล้ว แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ ขวัญกำลังใจที่เสียไปจากการเห็นผู้นำองค์กร ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม

ขณะที่ เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ถามหาธรรมาภิบาล ในการแต่งตั้งโยกย้าย เพราะหากมีการแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรม จะนำไปสู่ความถดถอยขององค์กร

แม้มีเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่ายเกี่ยวกับการวางเกณฑ์ประเมินไม่เป็นธรรม นำไปสู่การเลิกจ้าง เลขาธิการคุรุสภา และกดดันจนกระทั่ง นายธนพร สมศรี ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. แต่ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังยืนยัน หลักเกณฑ์ประเมินทั้งตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภาและเลขาธิการ สกสค. มีความเป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่มีการเลิกจ้างแบบไม่เป็นธรรม ทุกอย่างเป็นไปตามสัญญาจ้าง ที่สามารถตรวจสอบได้

ปัญหาเรื่องการแต่งตั้งไม่ได้มีแค่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ล่าสุดยังลามไปถึงนายกรัฐมนตรี ที่มีการตั้ง นายสราวุธ เบญจกุล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานศาลยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการในหน่วยงานสำคัญของรัฐ ห้วงเวลาเดียวกันถึง 3 หน่วยงาน คือ รองประธานอนุกรรมการ (คนที่ 1) ในคณะอนุกรรมการ ก.ตร.เกี่ยวกับการอุทธรณ์ มีหน้าที่ทำการแทน ก.ตร.ในเรื่องการอุทธรณ์และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับวินัยข้าราชการตำรวจ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และกรรมการการไฟฟ้านครหลวงอีกตำแหน่งหนึ่ง ท่ามกลางเสียงคัดค้านว่าไม่เหมาะสมเพราะ นายสราวุธ อยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง จากกรณีโครงการปรับปรุงอาคารศาลจังหวัดพระโขนง เป็นศาลแพ่งและศาลอาญาพระโขนง วงเงิน 42.3 ล้านบาท

นอกจากเกิดคำถามถึงความไม่เหมาะสมแล้ว ยังมีข้อสงสัยถึงธรรมาภิบาลผู้นำ ที่ประกาศให้ความสำคัญในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันด้วยว่าเป็นจริงดังที่พูดหรือไม่