ห้องข่าวภาคเที่ยง

ป่วยโควิดใหม่วันนี้ 8,450 คน เสียชีวิต 28 คน

ห้องข่าวภาคเที่ยง - สถานการณ์โควิด-19 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ กว่า 8,000 คน เสียชีวิต วันนี้ สูงกว่าเมื่อวานนี้ อยู่ที่ 28 คน

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ วันนี้ อยู่ที่ 8,450 คน ในจำนวนนี้ยังไม่รวมผู้ป่วยเข้าข่ายที่ตรวจด้วยชุดตรวจ ATK อีก 2,439 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม อยู่ที่ 192,037 คน

หายป่วยวันนี้ อยู่ที่ 7,484 คน ยังคงรักษาอาการ 83,698 คน และเสียชีวิตพุ่งสูงต่อเนื่องมาจากเมื่อวาน (22 คน) วันนี้อยู่ที่ 28 คน

สำหรับจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุดยังคงเป็น กรุงเทพมหานคร อยู่ที่ 1,323 คน รองลงมา ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ ภูเก็ต นนทบุรี ชลบุรี และปทุมธานี

ด้าน นายแพทย์ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงงานวิจัยของประเทศอังกฤษ เรื่องโควิดโอมิครอน กลายพันธุ์ BA.2 พบว่า ประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นยังได้ผลต่อสายพันธุ์ BA.2 มากถึง 70% ของการป้องกัน ขณะที่ สายพันธุ์ BA.1 ได้ผล 63% ของการป้องกัน

จากการศึกษา BA.2 อาจมีแนวโน้มดื้อต่อภูมิคุ้มกันน้อยกว่า หรือไม่ต่างจาก BA.1 ซึ่งหากเป็นไปตามข้อสังเกต จะสรุปได้ว่าการที่เชื้อกลายพันธุ์ BA.2 แพร่ระบาดได้เร็วกว่า BA.1 อาจเป็นเพราะคุณสมบัติเฉพาะตัวของเชื้อไวรัสเอง ไม่ได้มาจากการดื้อต่อภูมิคุ้มกัน

ซึ่งแตกต่างจากตอนที่เปรียบเทียบกันระหว่าง BA.1 กับเดลตา ที่พบว่าการแพร่เร็วของ BA.1 นั้น เหตุผลหลักมาจากการดื้อต่อภูมิคุ้มกันที่มากกว่าเดลตาถึง 20-40 เท่า

ขณะที่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ผลการตอบสนองภูมิต้านทานต่อสายพันธุ์เดลตาและโอมิครอน จากการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ชนิดต่าง ๆ หลังได้รับวัคซีนเชื้อตายมาแล้ว 2 เข็ม เป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน พบว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนเชื้อตายมาก่อน 2 เข็ม และกระตุ้นด้วยเชื้อตายอีก 1 ครั้ง จะเกิดการตอบสนองภูมิต้านทานไม่เทียบเท่าการฉีดวัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์ หรือ mRNA โดยเฉพาะวัคซีนโมเดอร์นา ที่ตอบสนองภูมิต้านทานต่อสายพันธุ์โอไมครอน ได้ดีที่สุด สูงกว่าการกระตุ้นด้วยวัคซีนเชื้อตายถึง 22 เท่า

ดังนั้น การกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยแอสตราเซนเนกา ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา จะได้ผลดีกว่า ซึ่งก็เป็นไปตามแนวทางที่ประเทศไทย ดำเนินการอยู่