สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

รายงานพิเศษ : แจ้งเพิ่มอีก 2 ข้อหา เอาผิด ส.ต.ต.

สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ไปตรวจจุดรถบิกไบก์ชน "หมอกระต่าย" อีกครั้ง เพื่อเก็บรายละเอียดประกอบการรายงานผลให้รัดกุมมากขึ้น ขณะที่ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล สรุปผลตรวจวัดความเร็วรถบิกไบก์ของสิบตำรวจตรีนรวิชญ์ พบใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เตรียมแจ้งอีก 2 ข้อหา ไม่เกินวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ไปสนามข่าวกับคุณพิธพงษ์ จตุรพิธพร

คดีของสิบตำรวจตรีนรวิชญ์ ที่ขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนคุณหมอกระต่าย จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ทางม้าลายถนนพญาไท ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท เตรียมเรียกตัวสิบตำรวจตรีมาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 2 ข้อหา แต่ต้องรอการคำนวณความเร็วจากผู้เชี่ยวชาญของกองพิสูจน์หลักฐาน ที่ตรวจสอบและวิเคราะห์คำนวณความเร็วในที่เกิดเหตุแล้วเสร็จ จนได้ความเร็วที่ชัดเจน จึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้

ทำให้ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญ จึงลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุซ้ำ คลายข้อสงสัยในคดีดังกล่าว

โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางและผู้เชี่ยวชาญ ได้ลงไปตรวจสอบในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด โดยมีการนำอุปกรณ์ตลับสายวัดแบบมาตรฐาน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และโดรนบินมุมสูง เพื่อวัดระยะทาง จุดช่วงถนน ความกว้างและความยาวถนน ทั้งแบบพื้นราบและแนวสูง เพื่อนำไปคำนวณระยะทางขณะรถมุ่งหน้ามาที่จุดเกิดเหตุ และความเร็วในช่วงก่อนเกิดเหตุ โดยจะนำไปประกอบกับการตรวจรถจักรยานยนต์ที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด โดยมีกรอบระยะเวลาการตรวจสอบใน 30 วัน ก่อนจะส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวน

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ในจุดดังกล่าวมีการตีเส้นจราจรและทาสีในจุดเกิดเหตุไปแล้ว จะทำให้พยานหลักฐานปนเปื้อน หรือการคำนวณเกิดความผิดพลาดหรือไม่ จากการประเมินในเบื้องต้นเชื่อว่า ไม่น่าจะทำให้ผลการตรวจสอบออกมาผิดพลาดจากข้อเท็จจริง เพราะมีภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ มาประกอบในการคำนวณ

จากนั้นในช่วงเย็น โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และการคำนวณทางเทคนิคแบบไม่เป็นทางการจากกองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญว่า ความเร็วขณะที่ 10 สิบตำรวจตรีขี่รถจักรยานยนต์แซงรถตู้ขึ้นมา จนเฉี่ยวชนกับผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 108-128 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดที่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกหนึ่งข้อหา

ส่วนข้อหาขับรถโดยไม่คํานึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ต้องนำพยานหลักฐานและคำให้การทั้งหมดมาตรวจสอบกันอีกครั้ง ว่าจะเข้าข่ายหรือไม่ หากความเห็นพนักงานสอบสวนตรงกัน ก็จะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ทั้ง 2 ข้อหา ไม่เกินในวันจันทร์นี้ เชื่อว่าน่าจะยังทันกำหนดนัดส่งสำนวน และส่งฟ้องให้อัยการได้ทันตามกำหนดเวลา ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

ส่วนเรื่องการมาทำงานของสิบตำรวจตรี พบว่าเจ้าตัวเดินทางไปรายงานตัวเข้าทำงานตามกำหนดแล้ว และขอลางานต่อไปจนถึงวันจันทร์ที่จะถึงนี้ โดยเมื่อสิบตำรวจตรีมารายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา ก็ได้มีการสอบสวนปากคำ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการทางวินัยกับตัวสิบตำรวจตรีแล้ว โดยจะนำคำให้การของสิบตำรวจตรีนรวิชญ์ และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุมาพิจารณา แต่ก็ต้องรอคำพิพากษาของศาลว่า จะพิพากษาให้สิบตำรวจตรีนรวิชญ์ จำคุกโดยรอลงอาญาหรือไม่

จากนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า สิบตำรวจตรีผู้ต้องหา จะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมที่เหลือ กับพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เมื่อใด และการนำสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการ จะทันตามกำหนดนัดที่ตำรวจตั้งใจไว้หรือไม่