7HDร้อนออนไลน์

กรมอุทยานฯ สั่งรื้อบ้านพักตากอากาศหรู ค่า 20 ล้านบาท ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ จ่อรื้ออีก 7 รีสอร์ต มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท

กรมอุทยานฯ สั่งรื้อบ้านพักตากอากาศหรู ค่า 20 ล้านบาท ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ จ่อรื้ออีก 7 รีสอร์ต มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท
วันนี้ (18 ก.พ. 65) นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้มอบหมายให้ นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จำนวน 15 คน ลงพื้นที่ดำเนินการติดประกาศแจ้งเตือนสั่งรื้อบ้านพักตากอากาศหรูริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ มูลค่า 20 ล้านบาท บริเวณป่าบ้านหาดแตง ท้องที่หมู่ที่ 8 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งบุกรุกก่อสร้างบ้านพักตากอากาศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดในคดีตาม ปจว. ข้อ 3 เวลา 11.00 น. คดีอาญาที่ 111/2557 ยึดทรัพย์ที่ 43/2557 ลงวันที่ 26 ส.ค. 57 พื้นที่บุกรุก จำนวน 17-0-81 ไร่ ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างลักษณะรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศลักษณะใหม่ จำนวน 10 รายการ

620f1b5ee622a8.04938675.jpg

ในคดีนี้มีผู้กระทำผิด คือ น.ส.พัชรินทร์ นรนิล ซึ่งมีสามีเป็นชาวต่างชาติ มาบุกรุกสร้างบ้านพักตากอากาศในอุทยานแห่งชาติ โดย วันที่ 26 ส.ค. 57 อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบ ตรวจยึดดำเนินคดีนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีคำพิพากษาตามคดีหมายเลขดำ 3970/2560 และหมายเลขแดงที่ 5730/2560 พิพากษาว่า น.ส.พัชรินทร์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16(1)(2)(15)(24),24,27 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 24,200 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ริบของกลางและให้จำเลยรื้อบ้านพัก อาคารตามฟ้องออกไปให้พ้นเขตอุทยานแห่งชาติ

620f1b5f5157c5.30707715.jpg

ส่วนคดีแพ่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ยื่นฟ้องค่าเสียหายกรณีบุกรุกพื้นที่ ต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 664/2560 และศาลได้นัดไกล่เกลี่ย ซึ่งน.ส.พัชรินทร์ ได้ตกลงและชำระเงินให้กรมอุทยานฯ เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท สำหรับคดีทางปกครอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้ออกคำสั่งที่ 77/2557 ลงวันที่ 23 ต.ค. 57 ให้ผู้กระทำผิดทำลายหรือสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดที่ผิดไปจากสภาพเดิมออกไปให้พ้นอุทยานฯ หรือทำให้สิ่งนั้นกลับสู่สภาพเดิมแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 17 พ.ย. 57 ตามความมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และมีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้กระทำผิดรื้อถอน ฉบับลงวันที่ 10 ต.ค. 57 ผู้กระทำผิดมิได้ใช้สิทธิ์ตามกระบวนการทางปกครองหรือยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในระยะเวลากำหนดแต่อย่างใด

จากนั้นอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จึงได้มีประกาศอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ฉบับลงวันที่ 16 ก.พ. 65 และมีหนังสือแจ้งเตือนไปยัง น.ส.พัชรินทร์ ให้ดำเนินการทำลายหรือรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง หรือสิ่งอื่นใด ที่ผิดไปจากเดิมออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติ ให้เสร็จสิ้น ภายใน 30 วัน (วันที่ 18 มี.ค. 65) หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวพนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์จะดำเนินการทำลายรื้อถอนสิ่งก่อสร้างดังกล่าวเอง ซึ่งผู้กระทำผิด มีหน้าที่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการที่พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเสียเองเป็นเงิน 366,666.80 บาท พร้อมทั้งต้องชำระเงินเพิ่มในอัตราดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีของค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่

620f1b5e9589e5.60078740.jpg

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ที่ 378/2564 ลงวันที่ 23 ธ.ค. 64 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคดีปกครอง คดีอาญา ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือคดีอาญาที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง แต่ยังไม่ดำเนินการรื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง ที่มีลักษณะเป็นที่พักอาศัย โรงแรม รีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ และแพรีสอร์ต โดยมี นายสันติ ศิริเลิศ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร เป็นประธาน และผู้อำนวยการส่วนต่างๆ เป็นกรรมการ ในการตรวจสอบคดีบุกรุก ยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า โดยเฉพาะของนายทุนที่เป็นที่พักอาศัย โรงแรม รีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ หรือแพรีสอร์ต ในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เพื่อที่จะตรวจสอบรายละเอียดในแต่ละคดี และจะดำเนินการสั่งทุบรื้อถอนออกไปให้พ้นพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ทั้งนี้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ยังมีคดีแปลงตรวจยึดของนายทุนที่มีลักษณะเป็นรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์จะต้องดำเนินการรื้อถอน ทุบทิ้ง ตามกระบวนการของกฎหมาย อีกจำนวน 7 แปลง ได้แก่ 1.พื้นที่ตรวจยึดคดีบ้านสามหลัง คดีที่ น.ส.ปาจารีย์ เวสบุตร กับพวก 3 คน พื้นที่ตรวจยึด 90-0-00 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง บ้านพักตากอากาศ 9 รายการ คดีตามคำพิพากษา ศาลฎีกา ที่ 14817/2556

2. พื้นที่ตรวจยึด รีสอร์ต ภูฟ้าอิงน้ำ คดีที่ นายประชา ขันติศิริ พื้นที่ตรวจยึด 19-0-00 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง บ้านพักตากอากาศ ลักษณะรีสอร์ต จำนวน 25 รายการ คดีตาม ปจว. ข้อ 3 เวลา 11.30 น.คดีอาญาที่ 39/2551 3. พื้นที่ตรวจยึด ARK รีสอร์ต คดีที่ นางอลิสา ไชยเลิศ พื้นที่ตรวจยึด 35-1-60 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง บ้านพักตากอากาศ ลักษณะรีสอร์ต จำนวน 11 รายการ คดีตาม ปจว. ข้อ 6 เวลา 17.40 น.คดีอาญาที่ 106/2557 ยึดทรัพย์ที่ 39/2557 4. พื้นที่ตรวจยึดบ้านพักตากอากาศหรูริมเขื่อน คดีที่ นายสุเทพ จิรวัตรสุนทร พื้นที่ตรวจยึด 14-2-57 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง บ้านพักตากอากาศ ลักษณะรีสอร์ต จำนวน 22 รายการ คดีตาม ปจว. ข้อ 10 เวลา 21.00 น.คดีอาญาที่ 108/2557 ยึดทรัพย์ที่ 49/2557

5. พื้นที่ตรวจยึด KPS รีสอร์ต คดีที่ นายวิทยา เตมีย์ พื้นที่ตรวจยึด 12-2-83 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง บ้านพักตากอากาศ ลักษณะรีสอร์ต จำนวน 9 รายการ คดีตาม ปจว. ข้อ 5 เวลา 16.50 น.คดีอาญาที่ 105/2557 6. พื้นที่ตรวจยึดลุงเทพ โฮมสเตย์ คดีที่ นายสุเทพ ศิรินาโพธิ์ พื้นที่ตรวจยึด 6-0-77 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง ลักษณะรีสอร์ต จำนวน 16 รายการ คดีตาม ปจว. ข้อ 6 เวลา 10.50 น.คดีอาญาที่ 138/2560 และ 7. พื้นที่ตรวจยึดบ้านพักตากอากาศ คดีที่ นายสายชล กกอู่ พื้นที่ตรวจยึด 16-0-80 ไร่ สิ่งปลูกสร้าง ลักษณะบ้านพักตากอากาศ จำนวน 6 รายการ คดีตาม ปจว. ข้อ 2 เวลา 16.30 น.คดีอาญาที่ 101/2562

620f1b5e64bca4.83662717.jpg

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สำนักบริการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ทางกฎหมายในการดำเนินการสั่งรื้อถอน หรือพิจารณาเข้ารื้อถอนเองในคดีแต่ละแปลงดังกล่าว ซึ่งจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามกฎหมาย จึงขอฝากไปยังนายทุนหรือเจ้าของแปลงบุกรุกข้างต้น หากคดีดังกล่าวผู้กระทำผิดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเสียเอง ทางกรมอุทยานฯ จะไม่ต้องฟ้องร้องเรียกค่าดำเนินการในการรื้อถอน และทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว เจ้าของยังที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ทั้งนี้แม้ปัจจุบันกรมอุทยานฯ จะมีแนวทางผ่อนผันให้ราษฎรอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานฯ 2562 แต่พื้นที่แปลงตรวจยึดดำเนินคดี และเป็นของนายทุนที่มิใช่ราษฎรในพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทมาก่อนผู้ครอบครองจะไม่ได้รับสิทธิใดๆ จากกฎหมายดังกล่าว