เช้านี้ที่หมอชิต

อากาศแปรปรวน ชาวบ้านต้องนั่งผิงไฟ จ.ยโสธร

เช้านี้ที่หมอชิต - มาตรวจสอบสภาพอากาศเช้านี้กัน หลายพื้นที่อุณหภูมิลดลงจนต้องหยิบเสื้อกันหนาวมาสวมใส่กัน ขณะที่หลายพื้นที่ยังคงต้องเจอกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก อย่างที่ จังหวัดยโสธร ที่ต้องเจอกับอากาศที่ยังแปรปรวน ทั้งอากาศที่หนาวเย็น และฝนที่ยังคงตกลงมา

อากาศแปรปรวน ชาวบ้านต้องนั่งผิงไฟ จ.ยโสธร
สภาพอากาศที่แปรปรวนแบบนี้ เนื่องจากกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาได้เคลื่อนผ่านภาคเหนือด้านตะวันออก เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น กับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ และในภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส
 
อย่างที่ จังหวัดยโสธร ผู้สูงอายุหลายคนต้องออกมาก่อกองไฟนั่งผิงไฟเพื่อคลายหนาวกันตลอดทั้งวัน บางคนก็หยิบเสื้อกันหนาวมาใส่กันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งในช่วงเช้าอุณหภูมิจะลดลงเหลือเพียง 14-15 องศาเซลเซียส และไม่ใช่แค่นั้นยังต้องเจอกับฝนตกลงมา ยิ่งทำให้อุณหภูมิลดลงไปอีก โปรยปรายและอากาศหนาวเย็น โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 16-17 องศาเซลเซียส ขณะที่ชาวบ้านหลายคนก็หวั่นว่าสภาพอากาศที่แปรปรวนและอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วแบบนี้ อาจจะส่งผลให้มีอาการเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แบบนี้

พายุกระหน่ำ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จ.สตูล
ไปดูพื้นที่ภาคใต้ที่ จังหวัดสตูล เมื่อวานนี้เกิดพายุฝนตกหนักในพื้นที่ตำบลควนกาหลง เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยพายุฝนได้พัดเข้ามาในพื้นที่ศูนย์พักคอยและแยกกักตัวชุมชน ทำให้ป้ายประชาสัมพันธ์ โต๊ะ เก้าอี้ ถูกลมพัดสร้างความเสียหาย อีกทั้งบ้านเรือนของประชาชนก็ได้รับผลกระทบจากลมที่กระโชกแรง ทำให้ต้นไม้สูงหักโค่นล้มใส่หลังคาประชาชน รวมถึงเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด

ทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจากองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง ต้องนำกำลังพร้อมเครื่องจักรกลมาช่วยเหลือนำสิ่งกีดขวางโดยเฉพาะกิ่งไม้ออกจากสายไฟภายในหมู่บ้านอย่างเร่งด่วน และซากต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเรือนชาวบ้านและเส้นทางสัญจรในหมู่บ้าน มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนประมาณ 30 ครัวเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งแก้ไขเพราะเสาไฟฟ้าที่ล้มนั้นส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง และช่วยนำกระเบื้องมาซ่อมแซมหลังคาให้กับประชาชน