7HD ร้อนออนไลน์

"นายกรัฐมนตรี" เปิดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ฯ กทม.-ปริมณฑล ตามนโยบาย 2565 ปีแห่งการแก้หนี้ครัวเรือน

"นายกรัฐมนตรี" เปิดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ฯ กทม.-ปริมณฑล ตามนโยบาย 2565 ปีแห่งการแก้หนี้ครัวเรือน
วันนี้ (25 ก.พ.65) หลังประชาชน เกิดผลกระทบกับประชาชน และผิดนัดชำระหนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดงานแก้หนี้ภาคครัวเรือน ครั้งที่ 1 ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังรัฐบาลกำหนดให้ ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ครัวเรือน และกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นพื้นที่ที่มีผู้เป็นหนี้หนึ่งถึง 90,000 กว่าราย ซึ่งกระทรวงยุติธรรม กรมสิทธิเสรีภาพ กรมบังคับคดี และสถานบันการเงิน ได้จัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนครั้งนี้เพื่อเป้าหมายสำคัญคือช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ ก่อนฟ้องและหนี้หลังมีคำพิพากษา ทั้งในส่วน ลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรถยนต์และหนี้สินครัวเรือนประเภทอื่นๆ  ได้รับโอกาสขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้ถึงอายุ 65 ปี รวมถึง ปลดผู้ค้ำประกันตามกฎหมาย ในส่วนของชั้นบังคับคดี รวมถึงการลดจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้ งดยึดทรัพย์ งดขายทอดตลาด โดยลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดี ขณะที่ลูกหนี้ของสถาบันการเงิน จะได้รับสิทธิส่วนลดปิดบัญชีขั้นต่ำ 20% ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 60 งวด ในส่วนของชั้นบังคับคดี จะได้รับสิทธิส่วนลดปิดบัญชีสูงสุด 100% ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 36 งวด เป็นต้น

62185c693933d5.44079760.jpg

อย่างไรก็ตาม มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ฯ นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยรัฐบาลจะออกมาตรการเพิ่มเติม เพื่อเชื่อมโยงออกมาก่อนแล้ว อาทิ การขยายระยะเวลาการดำเนินมาตรการทางภาษีอากรและค่าธรรมเนียมเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไปสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2569 และล่าสุดสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก็อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนเพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเป้าหมายและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเร็วๆ นี้  อีกทั้งจะขยายมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ครอบคลุมไปในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วย

ในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบโล่ดำเนินการระงับข้อพิพาทและไกล่เกลี่ยดีเด่น พร้อมมอบนโยบายที่รัฐบาลต้องดำเนินการ ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องสร้างความเข้มแข็งในการหาทางแก้ไขปัญหาให้กับครอบครัว ตัวเอง โดยการปรึกษากับหน่วยงานภาครัฐ การบริการที่เป็นหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาล เพราะความยากจนเกิดจากทั้งปัญหารายได้ การเข้าถึงการศึกษา ปัญหาสุขภาพ ที่อยู่อาศัยและการดำรงชีวิต ที่ทำให้เกิดปัญหาหนี้สินโดยเฉพาะเมื่อกระทบกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่สร้างปัญหาให้กับคนทั้งโลก ซึ่งนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนวันนี้ มีการดำเนินการเตรียมการให้กับประชาชนโดยกำหนดให้ปีนี้เป็นปีนี้ กำหนดแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่ง นอกจากการแก้ไขปัญหาหนี้แล้วยังจะต้องมองหารายได้และการเข้าถึงบริการ และทุกฝ่ายก็ต้องปรับเปลี่ยนพัฒนาตัวเองให้มีขีดความสามารถที่สูงขึ้น เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาและลงทุนสมัยใหม่ของประเทศ ที่มีทั้งเทคโนโลยี เครื่องจักร และกำหนดให้ใช้แรงงานไทยในประเทศ

62185c688c4892.27310361.jpg

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า เราต้องกลับมาดูสิ่งเก่าๆ หนี้สินปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาเหล่านี้มักจะมีปัญหาทุกครั้ง  ตนไม่ทราบว่าสาเหตุคืออะไร ต้องกลับไปอยู่ในวังวนเดิมๆ เพราะง่ายต่อการสร้างความชื่นชอบส่วนตัวทางการเมืองหรือไม่ ขออย่าทำร้ายประชาชนอีกต่อไปเลย ก่อนที่จะหันไปถามนายสมศักดิ์ ว่าเครียดเหมือนตนหรือไม่ ไม่ต้องมาเครียดกับตน ตนเครียดทุกเช้า สิ่งที่ตนพูดคือต้องพูดเสียบ้าง ถึงแม้ว่าใครจะให้เกียรติหรือไม่ให้เกียรติตน ตนไม่ชอบคำพูดว่า"โว" อะไรที่ดีและชี้แจงออกมาแต่ก็หาว่าโว ก็โวคืออะไร ขี้โม้ขี้คุยหรืออย่างไร เมื่อตนชี้แจงก็ฟังเสียงบ้าง ไม่เคยมีประเทศไหนที่สื่อไม่เคยให้เกียรติผู้นำประเทศนี้ ก่อนที่จะหันไปพูดกับพระสงฆ์ด้านหน้าว่า ตนขออนุโมทนาสาธุ และกำลังใช้ธรรมะข่มใจอยู่

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าในการกล่าวปาฐกถาครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีค่อนข้างมีอารมณ์ และใช้เสียงดังเป็นระยะ และระหว่างที่นายกรัฐมนตรีถ่ายหมู่นายกรัฐมนตรีได้ตะคอกใส่สื่อว่า “ไม่ให้สัมภาษณ์” และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงแนวทางการให้การช่วยเหลือคนไทยในยูเครน นายกรัฐมนตรีได้หันมาตอบว่า “รู้ทุกเรื่อง” ก่อนที่จะลงบันไดเลื่อน และเดินทางกลับ