7HDร้อนออนไลน์

เทียบชัดๆ โควิด 5 สายพันธุ์ เดลตา โอมิครอน BA.1, BA.2 และลูกผสม XE , XJ

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เผยถึงข้อมูลความสามารถด้านต่างๆ ของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ที่พบในประเทศไทย ได้แก่ เดลตา โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.1 และ BA.2 รวมถึงสายพันธุ์ลูกผสม XE และ XJ  โดยยอมรับว่าจากข้อมูลในปัจจุบัน แม้สายพันธุ์ XE และ XJ จะยังมีข้อมูลไม่มากนัก แต่สามารถสรุปได้ว่า ในด้านความรุนแรงของอาการป่วยนั้น สายพันธุ์เดลตารุนแรงที่สุด รองลงมาเป็นโอมิครอน BA.1 ส่วนโอมิครอน BA.2 รุนแรงน้อยที่สุด ขณะที่สายพันธุ์ XE และ XJ ความรุนแรงเท่าสายพันธุ์ดั้งเดิม

ด้านความสามารถในการแพร่กระจาย โอมิครอน BA.2 แพร่ง่ายกว่า BA.1 และเดลตา ตามลำดับ
ด้านความสามารถในการหลบภูมิคุ้มกัน โอมิครอน BA.2 จะมีความสามารถหลบหนีภูมิมากกว่า BA.1 และเดลตา ตามลำดับ ซึ่งเป็นทำนองเดียวกับโอกาสติดเชื้อโควิดซ้ำได้
ด้านความคงทนของเชื้อโรคบนพื้นผิวสัมผัส ยังไม่มีข้อมูลในสายพันธุ์ย่อย แต่พบว่า โอมิครอนอยู่บนพื้นผิวหนัง และผิวพลาสติกที่นานกว่าเดลตา

625566b2978427.68494340.PNG

สำหรับสายพันธุ์ลูกผสม XE หรือ XJ ยังคงมีข้อมูลที่จำกัด โดยข้อมูลเท่าที่มี พบว่าสามารถแพร่ติดเชื้อได้เร็วกว่าสายพันธุ์ย่อย BA.2 มีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันเทียบเท่ากับสายพันธุ์ BA.2 มีอาการเช่นเดียวกับสายพันธุ์โอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม

ทั้งนี้ ชุดตรวจ ATK ยังใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากโควิดทุกสายพันธุ์ ขณะที่มาตรการป้องกันส่วนบุคคลหากปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ยังคงมีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม ร่วมกับมาตรการวัคซีน ฉีดให้ครบตามเกณฑ์ และควรได้รับเข็มกระตุ้น เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต จากการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า วัคซีน 3 เข็ม ป้องกันการเสียชีวิตได้ 98-99%

ขณะที่สำรวจอนามัยโพลพบว่า ประชาชน 75% กังวลต่อเชื้อก่อโรคโควิดสายพันธุ์ใหม่ รวมถึงสายพันธุ์ลูกผสม ทั้งในเรื่องความรุนแรงของเชื้อ กลัวจะติดเชื้อได้ง่าย กลัวกระทบต่อการทำงาน/รายได้ ไม่รู้ว่าฉีดวัคซีนแล้วป้องกันได้หรือไม่ และเกือบ 1 ใน 4 ไม่รู้ว่าต้องดูแลป้องกันตนเองเพิ่มขึ้นอย่างไร