เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : เปิดชีวิตอิสรชน ไร้บ้าน VS หยุดเร่ร่อน

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตีตรงจุด ตามไปดูชีวิตคนไร้บ้าน อะไรทำให้ต้องออกมานอนในพื้นที่สาธารณะ ทำไมไม่คิดกลับบ้าน ติดตามจากคุณดารินทร์ หอวัฒนกุล

ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มคนเร่ร่อน และคนไร้บ้าน ช่วยกันทำความสะอาด กวาดขยะ และรดน้ำต้นไม้ บริเวณพื้นที่ริมคลองแสนแสบอย่างขะมักเขม้น นี่เป็นงานรับจ้างของโครงการ "จ้างวานข้า" มูลนิธิกระจกเงา ที่เปิดเป็นพื้นที่สร้างอาชีพ ช่วยเหลือคนไร้บ้าน ให้สามารถเข้าถึงระบบงานได้ สวนทางกับวิกฤตเศรษฐกิจ และสภาพสังคม ที่ทำให้อัตราการจ้างงานลดลง

แม้อากาศจะร้อน แต่ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกเหน็ดเหนื่อย เพราะนี่เป็นโอกาสที่จะได้ทำงานหาเงินด้วยตนเอง และได้มีความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองอีกครั้ง ว่าชีวิตของตัวเองก็มีคุณค่าเหมือนกับคนอื่น ๆ เช่นกัน

คุณตาฉลอง วัย 80 ปี เคยมีช่วงหนึ่งของชีวิตที่ต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนไร้บ้าน ก่อนหน้านี้เขาเองเคยมีครอบครัวอบอุ่น มีอาชีพการงานที่มั่นคง จนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้บริษัทที่ทำงานอยู่ปิดตัวลง แม้จะได้เงินมาก้อนหนึ่ง แต่ถูกคนในครอบครัวนำไปเล่นการพนันจนเกือบหมด ทำให้มีปัญหาต้องเลิกรากับภรรยา เขาตัดสินใจแยกออกมาอยู่คนเดียว และกลายเป็นคนไร้บ้าน ใช้ชีวิตแบบค่ำไหน นอนนั่น มานานกว่า 5 ปี ก่อนที่จะมาพบกับมูลนิธิกระจกเงา ทำให้สามารถยืนได้ด้วยตนเองอีกครั้ง

บ้านเช่าเล็ก ๆ หลังนี้ เป็นความภูมิใจของ คุณตาฉลอง ที่สามารถทำงานหาเงินจ่ายค่าเช่าบ้านเดือนละ 2,000 บาท จากรายได้วันละ 400 บาท ที่ทำงานรับจ้างโครงการจ้างวานข้า ทำให้สามารถกลับไปรับลูกคนเล็ก ที่ร่างกายไม่แข็งแรงมาอยู่ด้วยกันได้ นอกจากแบ่งเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว ยังต้องเก็บเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวเอง ที่กำลังป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมระยะที่ 2

ความฝันเดียวที่ยังคงมีในวัยชรานี้ คือ ตั้งใจจะเก็บเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อจะขอซื้อต่อบ้านหลังนี้มาเป็นบ้านของตัวเองจริง ๆ หากวันข้างหน้าไม่มีเรี่ยวแรงทำงาน อย่างน้อยก็ยังได้มีบ้านอยู่ เพราะไม่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้านอีก

คุณตาฉลอง เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของคนที่เคยต้องออกมาใช้ชีวิตเร่ร่อน ไร้บ้าน และไม่ต้องการหวนกลับไปเผชิญชะตากรรมแบบเดิม มีคนไร้บ้านอีกจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจเลือกการออกมาใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน เพราะไม่ต้องการกลับไปอยู่บ้านกับครอบครัว
 
1 ในนั้น คือ วาสนา หญิงวัย 51 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี เดินทางเข้ามาแสวงหาโชคในกรุงเทพฯ ไปทำงานเย็บผ้าในโรงงาน ก่อนที่จะตกงาน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง จึงตัดสินใจออกมาอาศัยนอนตามข้างถนน โดยมาอยู่ที่ย่านตรอกสาเก นานเกือบ 12 ปีแล้ว มีรายได้จากการเก็บขวดขาย และรับจ้างทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ แลกกับอาหาร นอกจากนี้ ก็จะคอยช่วยทำหน้าที่จิตอาสา ช่วยดูแลคนไร้บ้านคนอื่น ๆ เวลาที่มีมูลนิธิหรือคนที่เข้ามาบริจาคสิ่งของ และมาแจกอาหาร

แม้ที่ผ่านมาจะเคยมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ พาไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงบ้านมิตรไมตรีของ พม. แต่อยู่ได้ไม่นาน ก็ตัดสินใจขอออกมา เพราะรักอิสระ และต้องการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง

แม้ที่ผ่านมา ภาครัฐจะมีแนวทางแก้ปัญหาคนไร้บ้าน ที่ใช้ชีวิตอยู่ในที่สาธารณะ เช่น การจัดหาบ้านเช่าราคาถูก หรือสถานสงเคราะห์ การช่วยเหลือเงินสวัสดิการคนจน เบี้ยยังชีพคนชรา แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเด็ดขาด สะท้อนให้เห็นว่าระบบสวัสดิการรัฐยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ

มูลนิธิอิสรชน 1 ในองค์กรที่ลงพื้นที่ติดตามปัญหาคนเร่ร่อน ไร้บ้าน ใน กทม. มานาน มองว่าปัญหาเหล่านี้มีหลายปัจจัยสาเหตุ และส่งผลเป็นลูกโซ่ ทำให้คนจำนวนมากมีโอกาสเป็นคนไร้ที่พึ่ง จนต้องออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ และการช่วยเหลือบางอย่างจากภาครัฐ กลุ่มคนเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ด้วยเงื่อนไขที่ถูกกำหนดไว้ รวมถึงความไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ การช่วยเหลือที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การสงเคราะห์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้คนไร้บ้านเหล่านี้มีส่วนร่วม เพื่อที่เขาจะได้เห็นคุณค่าในตัวเอง และที่สำคัญต้องเริ่มต้นด้วยความเข้าใจ และจริงใจกับปัญหาก่อน
 
ปัญหาคนไร้บ้าน ยังคงเป็นอีก 1 โจทย์ใหญ่ ที่ต้องการความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการเข้ามาแก้ไขร่วมกัน รวมถึง ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งในเดือนหน้านี้ โดยไม่มองข้ามว่าพวกเขาเหล่านี้ ส่วนหนึ่งอาจจะไม่ใช่คนที่มีภูมิลำเนาในกรุงเทพฯ ก็ตาม

ติดตามทุกความเคลื่อนไหว เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ : www.ch7.com/bangkokelection