เช้านี้ที่หมอชิต

ผู้ปกครองโวยครูตีลูก จนไม่กล้าไปโรงเรียน จ.พิจิตร

เช้านี้ที่หมอชิต - เรื่องนี้หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ เห็นลูกผิดสังเกต ว่าทำไมไม่ยอมไปโรงเรียน พอไปถามก็รู้ว่าลูกถูกครูทำโทษ ตีจนมือแดงบวม ทำให้ลูกกลัวจนไม่กล้าที่จะไปโรงเรียน ผู้ปกครองต้องไปแจ้งความ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงมาร้องเรียนยังสื่อมวลชนเพราะกลัวว่าเรื่องจะเงียบ

นางบุญช่วย พลอยงาม อายุ 52 ปี ได้ร้องเรียนมายังผู้สื่อข่าวเช้านี้ที่หมอชิต ว่าหลานชายอายุ 5 ขวบ ถูกครูของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตร ที่หลานของเธอเรียนอยู่ในระดับชั้นอนุบาล 2 ถูกครูใช้ไม้บรรทัดฟุตเหล็กตีจนมือของหลานเธอนั้นแดงบวม ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยเธอบอกว่า ช่วงนั้นหลานเธอมีอาการผิดปกติ ร้องไห้ทุกครั้งที่จะไปโรงเรียน พร้อมบ่นเจ็บที่บริเวณมือ เมื่อเธอหงายฝ่ามือหลานมาดู ก็เห็นว่ามีรอยแดงบวมขึ้นมา แต่ไม่มีบาดแผล จึงพาไปพบแพทย์ และได้ถามหลานชายว่าไปโดนอะไรมา ตอนแรกหลานก็ไม่กล้าบอก ต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่ระยะหนึ่ง จนยอมบอกว่าถูกครูที่โรงเรียนใช้ไม้บรรทัดเหล็กตี จึงถามว่าไปทำอะไรผิดมา ทำไมครูถึงตีจนบวมแดงขนาดนี้ หลานของเธอก็บอกว่า ครูบอกว่าเขียนหนังสือช้า ตอนนั้นเธอยอมรับว่ารู้สึกไม่พอใจครูที่ลงโทษรุนแรงกับเด็กอายุเพียง 5 ขวบเท่านั้น เรื่องพัฒนาการเด็กน่าจะต้องค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ ฝึก เพราะเด็กแต่ละคนพัฒนาการไม่เท่ากัน

จากนั้นเธอได้ไปสอบถามยังผู้ปกครองคนอื่น ว่าลูกหลานที่เรียนในชั้นเดียวกับหลานเธอนั้นถูกครูตีด้วยหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่า ลูกหลานได้มาเล่าให้ฟังว่าก็มีถูกตีอยู่บ้าง แต่ไม่เท่าเพื่อน นั่นก็คือหลานของเธอนั้นเอง ที่ถูกครูตีบ่อยมากและรุนแรง ครั้งล่าสุดที่ถูกใช้ไม้บรรทัดฟุตเหล็กตี นางบุญช่วย ก็บอกอีกว่า เธอเข้าใจว่าครูสามารถลงโทษเด็กได้ แต่บางเรื่องก็น่าจะสมเหตุสมผลมากกว่านี้ เพราะตอนนี้หลานของเธอนั้น หลังจากถูกครูตีก็ซึมเงียบไม่พูดคุย และกลายเป็นเด็กก้าวร้าว และปัญหาใหญ่ก็คือไม่ยอมไปโรงเรียนอีกเลย

โดยเธอได้พยายามเจรจากับโรงเรียนแล้ว เพื่อขอให้โรงเรียนช่วยแก้ไข แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไร เธอบอกว่าอาจจะต้องให้น้องย้ายโรงเรียนในระดับชั้นหน้า อีกทั้งเธอได้ไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร ตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่ระยะเวลาผ่านไป 2 เดือน ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามเรื่องดังกล่าวกับ พันตำรวจเอก อนุพันธ์ สุสม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร ก็ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยบอกเพียงว่าได้ส่งสำนวนคดีเข้าสู่ชั้นอัยการแล้ว เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา