7HDร้อนออนไลน์

อีก 1 เดือน!! ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาคดีดังหวย 30 ล้านอลเวง ทนายครูปรีชา ยังมั่น ความจริงก็คือความจริง

2 พฤษภาคม 2565 ความคืบหน้า คดีดังหวย 30 ล้าน จากรณีสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 หมายเลข 533726 ซึ่งทาง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เป็นผู้นำสลาก จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท ไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ก็มาถูก นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในคดีอาญา ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร ซึ่งการต่อสู้ในชั้นศาลใช้เวลานานหลายปี

โดยเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2562 ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษายกฟ้อง หมวดจรูญ ในคดีอาญา โดยพิพากษาว่า “ไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายกฟ้อง  จากนั้น ครูปรีชา ได้ยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 7 และเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2563 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้อง

แต่อย่างไรก็ตามวันที่ 25 ก.พ.64 ครูปรีชา พร้อมด้วย นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัวได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นฎีกาต่อสู้ในคดีหลัก ที่ครูปรีชาฟ้องหมวดจรูญ ในข้อหาความผิดยักยอกทรัพย์สินหายหรือรับของโจร โดยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับรองฎีกาและอนุญาตให้โจทก์ฎีกาได้ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาส่งให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษาตามรูปคดี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ 2 พ.ค.65 นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัวของ ครูปรีชา กล่าวว่า “คดีอาญาหลักที่ ครูปรีชา ฟ้องข้อหาความผิดยักยอกทรัพย์สินหายหรือรับของโจร ท่านผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับรองฎีกาและอนุญาตให้โจทก์ฎีกาได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาส่งให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษาตามรูปคดี

โดยเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้ส่งหมายนัดให้ ครูปรีชา (โจทก์) และ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล (จำเลย) เดินทางไปฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ อ 1863/2561 และคดีหมายเลขแดง ที่ อ 1416/2562 ในวันที่ 7 มิ.ย.2565 เวลา 09.00 น. ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี และวันที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี จะอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา ในวันที่ 7 มิ.ย.65 ที่จะถึงนี้ ซึ่ง ครูปรีชา เป็นโจทก์ในคดีอาญา ก็ต้องมาพิจารณาดูข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาท่านวินิจฉัยชี้ขาดเสียก่อน แล้วค่อยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกคดีแพ่งขึ้นพิจารณาต่อไป แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีความเชื่อมั่นว่า “ความจริงก็คือความจริง” นายวรยุทธ เผย