เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : ตรวจจับนโยบายหาเสียง ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตีตรงจุด วันนี้เราจะพาไปเจาะกลยุทธ์หาเสียงผ่านสื่อโซเชียลของบรรดาผู้สมัครที่นิยมเพิ่มขึ้นมาก วิธีการเหล่านี้มีขอบเขตอย่างไร มีอะไรเสี่ยงผิดกฎต้องระวังกันหรือไม่ ไปติดตามกับคุณกาย

เรื่องการหาเสียงของผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เรียกว่ามีสารพัดวิธี แต่วันนี้เราจะเจาะเฉพาะการหาเสียงผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีอยู่หลากหลายประเภท อาทิ Facebook, Instagram, Twitter, Tiktok, Youtube, Clubhouse, โปรแกรมแช็ตอื่น ๆ รวมถึงบางท่านก็ยังใช้เทคโนโลยีสุดล้ำจำพวก AR, VR, MR, XR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเสมือน หรือ Reality Technology ที่ผสานโลกความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือน ใช้ขอคะแนนเสียงกับคนรุ่นใหม่ พูดกันแบบนี้เดี๋ยวอาจจะยังมองไม่เห็นภาพลีลาชั้นเชิงผู้สมัครแต่ละท่าน จะล้ำกันแค่ไหน โกยคะแนนได้หรือเปล่า ไปชมตัวอย่างพร้อม ๆ กัน

เรียกว่าไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว ล่าสุดเราตรวจสอบกับ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร ท่านบอกว่าตอนนี้ผู้สมัครทั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. มาขออนุญาตใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์หาเสียงกันเกือบจะทุกคน โดยมากสุด แค่เพียงคนเดียวก็ขอเข้ามาถึง 40 ช่องทาง และน้อยสุดคือ 1-2 ช่องทางเท่านั้น

แต่หากกางดูระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 ในหมวด 2 มีการกำหนดวิธีการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้ละเอียดยิบ

เข้มจนถึงขั้นระเบียบเดิมที่เคยบังคับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งของ สส. ที่ออกมาเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 ทำให้อดีตนักการเมืองเคยพากันยุติการหาเสียงทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เพราะเกรงว่าจะผิดกฎหมาย ยกเว้น นายจาตุรนต์ ฉายแสง จากพรรคไทยรักษาชาติ ที่ยืนยันว่าไม่ผิดกฎหมาย และมีบางคนตั้งข้อสังเกตว่า ระเบียบ กกต.ที่จำกัดการหาเสียงออนไลน์ ขัดต่อรัฐธรรมนูญกันเลยทีเดียว

ไปลงรายละเอียดความเข้มของระเบียบกันหน่อย มีข้อกำหนดแบ่งออกเป็นกลุ่มที่หนึ่ง ต้องแจ้งว่าจะใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์หาเสียง โดย กกต.จะมีใบแบบฟอร์มไว้ให้ระบุอย่างละเอียด อาทิ ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, การสมัครเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น, หมายเลขที่ได้ และการสังกัดพรรคการเมือง ตลอดจนการขอใช้, การเปลี่ยนแปลง, เพิ่มเติม หรือยกเลิกการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ และค่าใช้จ่ายในการหาเสียงผ่านช่องทางนี้่

นอกจากนี้ หากบุคคลที่มิได้เป็นผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง หรือบรรดาแฟนคลับ ประสงค์ใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร หากใช้จ่ายเกิน 5,000 บาท ต้องแจ้งให้ผู้สมัครทราบ เพื่อรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง และยังมีข้อสำคัญที่ต้องปฏิบัติ คือ ทุกสื่อที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้หาเสียง ต้องมีข้อความระบุว่าผลิตขึ้นโดยใครไว้อย่างชัดเจนด้วย

ส่วนกลุ่มที่ 2. ต้องโฟกัสการหาเสียงทางออนไลน์ โดยผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ต้องหาเสียงไม่ขัดกับลักษณะต้องห้าม อาทิ การนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง, การใช้ถ้อยคำรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดมก่อความไม่สงบ

ซึ่ง กกต.สามารถสั่งให้แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลได้ หากไม่แก้ไขก็จะแจ้งต่อหน่วยงานรัฐให้แจ้งไปยังผู้ให้บริการช่วยดำเนินการ ซึ่งหากมีค่าใช้จ่ายผู้ฝ่าฝืนก็ต้องรับผิดชอบตรงนี้ และยังใช้เป็นเหตุให้ กกต.ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนได้ด้วย หากพบว่ามีความผิด มีโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

กลุ่มสุดท้ายที่ผู้ท้าชิงตำแหน่งพ่อเมือง และ สก. ต้องโฟกัสคือ ค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ซึ่งในส่วนของ สก. กำหนดไว้ไม่เท่ากันในแต่ละเขต ตัวเลขเริ่มต้นอยู่ที่ 820,000-1,150,000 บาท ส่วนผู้ว่าฯ กทม. ต้องไม่เกิน 49 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการจ่ายสำหรับหาเสียงผ่านออนไลน์ด้วย

เรียกว่าตำแหน่งนี้จ่ายหนัก กว่าจะได้นั่งบริหารเมืองที่มีงบประมาณแต่ละปีเฉลี่ยที่ 6-8 หมื่นกว่าล้านบาท

ติดตามทุกความเคลื่อนไหว เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ : www.ch7.com/bangkokelection