7HD ร้อนออนไลน์

กรมปศุสัตว์เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังไข้หวัดนก

เศรษฐศาสตร์ตลาดสด กรมปศุสัตว์เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังไข้หวัดนก หลังพบเคสแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คนเพิ่มมากขึ้นในประเทศยุโรปและเอเชีย แม้ว่าไทยยังไม่มีรายงานพบการระบาด กรมปศุสัตว์ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดในการตรวจสอบและการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ปีก ชะลอการนำเข้าสัตว์ปีกจากประเทศเสี่ยง รวมทั้งแนะนำให้ประชาชนควรรับประทานเนื้อไก่และไข่ที่ปรุงสุก

กรมปศุสัตว์เริ่มเตือนเฝ้าระวังไข้หวัดนกมาตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา ยิ่งมาต้นปี 2565 ข้อมูลองค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง (HPAI) ในต่างประเทศทั่วโลกทั้งยุโรปและเอเชียอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีการระบาดมากถึง 2,064 จุด รวมถึงพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศเอเชีย เช่น จีน มีพบสายพันธุ์ H5N6  เวียดนาม พบสายพันธุ์ H5N1 และ H5N8 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นต้น

ข้อมูลจากสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ ระบุว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2565 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศพบผู้ป่วยไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 ในประเทศจีน เป็นเด็กอายุ 4 ขวบ โดยบ้านผู้ป่วยได้เลี้ยงไก่และสัตว์ปีกอื่นๆ ก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 ในม้า สุนัข นก และแมวน้ำ จากทั่วโลก แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วย H3N8 ในมนุษย์มาก่อน ทั้งนี้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติกล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้นระบุว่าเชื้อดังกล่าว มีความสามารถในการแพร่เชื้อสู่มนุษย์และความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในวงกว้างอยู่ในระดับต่ำ

“โรคไข้หวัดนก” เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ influenza viruses พบในสัตว์ปีกเช่น เป็ด ไก่ และ นก (avian influenza หรือ bird flu) ในประเทศไทยได้เกิดการระบาดครั้งแรกเมื่อปี 2547 โดยเป็นเชื้อไวรัส Influenza A สายพันธุ์ H5N1 สถานการณ์โรคไข้หวัดนกในคนทั่วโลก ตั้งแต่เดือนมกราคม 2546 - มกราคม 2565 พบว่ามีผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ใน 18 ประเทศ จำนวน 863 ราย เสียชีวิต 455 ราย คิดเป็นร้อยละ 53

โรคไข้หวัดนกมีหลายสายพันธุ์ ขอย้ำยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดนกได้ อย่างไรก็ตามมีข้อแนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กับกลุ่มผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดนกเพื่อที่จะช่วยไม่ให้เกิดการผสมสายพันธุ์กันของโรคไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่ในคน ซึ่งอาจจะทำให้ป่วยรุนแรงได้ อาการที่เข้าข่ายน่าสงสัยเป็นอย่างไร เช่น มีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ตาแดง อ่อนเพลียปวดเมื่อยตามตัว  เจ็บคอ  ไอ หอบเหนื่อย  หายใจลำบาก ร่วมกับประวัติสัมผัสสัตว์ปีก ขอให้ไปพบแพทย์ทันที

สำหรับสถานการณ์โรคไข้หวัดนกในประเทศไทย ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค มีรายงานผู้ติดเชื้อระหว่างปี 2547-2549 พบผู้ป่วย 25 ราย เสียชีวิต 17 ราย หลังจากนั้นเป็นต้นมา ประเทศไทยไม่พบรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดนกตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน และข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก ปี 2565 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2565) สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ ไม่มีรายงานสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติจากโรคไข้หวัดนก

อย่างไรก็ตามการระบาดของโรคนี้ในสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้าน และมีการเคลื่อนย้ายเข้าสู่ประเทศ จึงมีโอกาสที่จะแพร่ระบาดมาสู่สัตว์ปีกที่มีการเลี้ยงในบริเวณพื้นที่จังหวัดชายแดนของประเทศไทย กรมปศุสัตว์ก็ยังคงเตรียมความพร้อม และป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างเข้มงวดในการเข้าพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด มีการสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีกในพื้นที่เสี่ยง มีความเข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ปีกภายในประเทศ ชะลอการนำเข้าสัตว์และซากสัตว์ปีกจากประเทศที่เกิดโรคไข้หวัดนก ส่วนสัตว์ปีกเลี้ยงในระบบฟาร์มให้เข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด

อีกทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทันที เพื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรค

เศรษฐศาสตร์ขอเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียง หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ โทร. 063-225-6888 หรือแจ้งผ่าน Application: DLD 4.0 ได้ตลอดเวลา

แม้ว่าประเทศไทยจะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วตั้งแต่ปี 2549 แต่ก็ประมาทไม่ได้ หวังว่าภาครัฐดำเนินมาตรการที่เข้มงวดสามารถสกัดโรคไข้หวัดนกไม่ให้เข้ามาสู่ประเทศไทย