7HD ร้อนออนไลน์

พิษดีเซลลอยตัว ฉุดต้นทุนอาหารทะเลพุ่ง ร้านค้าต้องแบกภาระเพิ่ม ยังไม่กล้าปรับขึ้นราคามาก เพราะแค่นี้ยอดขายก็ลดฮวบ วอนรัฐเห็นใจ

(5 พ.ค.65)  หลังจากที่มีการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล  ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2565  เป็นต้นมา ตามมติคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพิ่มเป็นลิตรละ 32 บาท  และจะมีการปรับขึ้นราคาแบบขั้นบันไดจนถึงลิตรละ 35 บาท    ก็ส่งผลกระทบกับหลายสาขาอาชีพ   เพราะน้ำมันถือเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต     ไม่ต่างจากร้านขายอาหารทะเลสดในตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์   ก็ได้รับผลกระทบเพราะต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น   เนื่องจากอาหารทะเลบางชนิดต้องขับรถยนต์ไปรับเอง ถึงจ.สมุทรปราการ    จากเดิมที่เคยเติมน้ำมันไปกลับประมาณ 2,000 บาท  แต่หลังจากน้ำมันปรับขึ้นราคาต้องเติมเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 กว่าบาท   อีกทั้งผลพวงของราคาน้ำมันที่ลอยตัว   ก็ทำให้ราคาส่งอาหารทะเลบางชนิดเริ่มปรับขึ้นแล้วเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 บาท  ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่รับมาขายต่อมีต้นทุนสูงขึ้น   แต่ยอดขายปลีกกลับลดน้อยลงจากเดิมกว่าเท่าตัว    เนื่องจากประชาชนไม่มีกำลังซื้อ และต้องเซฟค่าใช้จ่ายในช่วงที่ข้าวของราคาแพงด้วย
       
นายเฉียบ   ชุมตรีนอก    พ่อค้าร้านขายอาหารทะเลสดรายหนึ่ง   บอกว่า    หลังจากน้ำมันปรับขึ้นราคาก็ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก   เพราะต้องแบะรับภาระค่าน้ำมันที่ขับรถไปรับอาหารทะเลมาขายเพิ่มขึ้น    อีกทั้งขณะนี้ราคาส่งอาหารทะเลบางอย่างก็เริ่มขยับราคาขึ้นแล้ว  โดยเฉพาะปลาหมึกสดได้ปรับขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 บาทแล้ว   แต่ราคาขายปลีกยังเท่าเดิม    แต่หากอาหารทะเลชนิดอื่นทยอยปรับขึ้นอีก   ก็จำเป็นต้องปรับราคาขายปลีกตามกลไกตลาดเช่นกัน    หลังจากที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงขึ้นแต่ยอดขายกลับลดลงกว่าเท่าตัวนั้น    ก็จำเป็นต้องลดจำนวนการรับอาหารทะเลมาขายลงตามสถานการณ์    จากผลกระทบดังกล่าว  ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาราคาน้ำมันให้ถูกลงกว่านี้   เพราะน้ำหากราคาน้ำมันแพงของทุกอย่างก็จะแพงขึ้นตามไปด้วย   ทำให้ประชาชนทุกอาชีพเดือดร้อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง