ห้องข่าวภาคเที่ยง

ผู้เสียหายเกิน 20 คน แจ้งความรถเครนทำถนนลื่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ห้องข่าวภาคเที่ยง - ผู้เสียหายมากกว่า 20 คน เหตุรถจักรยานยนต์ลื่นน้ำมัน ล้มบนถนนหลายสายในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทยอยเข้าแจ้งความ พบอาการสาหัส 2 คน ขณะที่เจ้าของบริษัทรถเครนฯ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ แล้ว รับดูแลค่ารักษาพยาบาล ส่วนสาเหตุเกิดจากสายไฮโดรลิกแตกทำให้น้ำมันรั่วลงบนถนน

พันตำรวจโท โชคทวี จันทร์ทองอ่อน รองผู้กำกับการ สอบสวน สภ.คอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เปิดเผยความคืบหน้าเหตุรถจักรยานยนต์ลื่นล้มบนถนนกาญจนวนิช ถนนเพชรเกษม ช่วงค่ำวันที่ 4 พฤษภาคม ในพื้นที่รับผิดชอบ สภ.คอหงส์ รวมทั้งถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 5 พื้นที่รับผิดชอบ สภ.หาดใหญ่ เนื่องจากมีคราบน้ำมันอยู่บนถนน และช่วงเกิดเหตุฝนตก

ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุถึงเช้าวันนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติผู้บาดเจ็บ นำเอกสารเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ แล้วกว่า 20 คน ส่วน สภ.หาดใหญ่ แจ้งความแล้ว 4 คน โดยผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณเข่า ข้อศอก บางคนแขนหัก ไหล่หลุด กระดูกเคลื่อน ต้องเข้าเฝือก และใส่สายพยุงแขน แต่ยังมีบางคนที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล ญาติก็นำเอกสารเข้าแจ้งความแทน

ขณะที่ช่วงค่ำวานนี้ เจ้าของบริษัทรถเครนฯ ต้นเหตุ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ เพื่อแสดงตัว และแสดงความรับผิดชอบ โดยขอรายชื่อผู้บาดเจ็บไปเพื่อดูแลค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งเจ้าของบริษัทดังกล่าวให้การว่า สาเหตุเกิดจากสายไฮดรอลิกรั่ว แล้วน้ำมันจากสายไฮดรอลิกไหลลงบนถนนโดยคนขับรถไม่รู้ตัว พร้อมยืนยันเส้นทางกับเวลาที่เกิดเหตุ ตรงกับภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด

โดยเริ่มจากถนนปุณณกัณฑ์ เลี้ยวเข้าถนนกาญวนิช ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ไปเลี้ยวซ้ายแยกคอหงส์ เข้าถนนเพชรเกษม แล้วเลี้ยวขวาแยกสยามนครินทร์ เข้าถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 5 ถนนรัถการ แล้วไปยังพื้นที่เทศบาลเมืองคลองแห อำเภอหาดใหญ่

ส่วนการดำเนินคดี ขณะนี้เตรียมแจ้งข้อหาความผิดประมาททำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ตาม พรบ.จราจรฯ ส่วนผู้ใดได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ ต้องรอใบรับรองแพทย์ก่อน เพราะต้องรักษาเกินกว่า 20 วัน เบื้องต้นคาดว่ามี 2 รายที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล ร้อยเวร สภ.คอหงส์ จะไปพบผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ เนื่องจากยังไม่สามารถมาแจ้งความได้ และกำลังพิจารณาว่าจะเข้าข่ายข้อหาการกระทำการโดยประมาท ทำให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งเป็นโทษทางอาญา