สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : เร่งฟื้นฟูช่วยเหลือชาวบ้านถูกน้ำป่าพังบ้าน จ.สุราษฎร์ธานี

สนามข่าว 7 สี - จังหวัดสุราษฎร์ธานี เร่งเจรจาชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงทางน้ำไหลผ่านให้ย้ายที่อยู่ หลังถูกน้ำป่าไหลหลากพัดบ้านพัง ขณะที่สำรวจล่าสุดน้ำป่าสร้างความเสียหายให้ 3 อำเภอ บ้านพังเสียหายทั้งหลังมากกว่า 11 หลัง ลงสนามข่าวนี้กับ คุณเตชะวัฒน์ สุขรักษ์

หนึ่งในเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิสยามปู่อินทร์ ​จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เคยช่วยผู้อื่นมามาก แต่อุทกภัยน้ำป่าจากเขาแก่งกรุงที่ไหลลงคลองไม้แดง ในตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยกตัวสูง โถมเข้าใส่บ้านตัวเองจนหายไปในพริบตา ​

วันเกิดเหตุ อยู่ที่หน่วยกู้ภัย เพื่อนโทรศัพท์ไปบอกว่าน้ำป่าไหลหลาก ก็พยายามกลับบ้าน แต่สุดท้ายไม่ถึง เพราะเส้นทางถูกตัดขาด จึงไปช่วยเหลือชาวบ้านก่อน เมื่อกลับมายังบ้านตัวเอง ภาพแรกที่เห็น เข่าแทบทรุด บ้านที่อยู่ติดคลองไม้แดง เหลือเพียงพื้นปูนเท่านั้น 

ซึ่งบ้านที่พังไปกับสายน้ำ ทำให้ตัดสินใจไปหาที่สร้างบ้านหลังใหม่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ที่สำคัญอยากวิงวอนขอความช่วยเหลือต่อเติมบ้านให้มีที่อยู่อาศัยชั่วคราว ก่อนสร้างบ้านหลังใหม่แล้วเสร็จ

เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง บอกว่า ตัวเองถึงกับเป็นลมล้มพับ ต้องส่งโรงพยาบาล เมื่อกลับมาเห็นสภาพบ้านและร้านอาหารตามสั่ง ทรัพย์สิน สิ่งของ หายเกลี้ยง ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านก็พัง ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว

ซึ่งทหารอากาศจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 7 พร้อมผู้นำชุมชนและชาวบ้านเข้าช่วยเหลือทั้งเก็บสิ่งของ รวมทั้งตัดต้นไม้ที่ขวางทางน้ำ 

ส่วนหมู่ที่ 7 ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี อีกจุดที่บ้านชาวบ้านถูกน้ำป่าไหลหลากท่วม 20 หลัง เสียหายทั้งหลัง 7 หลัง และคอสะพานขาด

นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน รองนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี นำเจ้าหน้าที่ พร้อมเครื่องจักรหนัก ซ่อมแซมเป็นวันที่ 2 โดยขนดินพร้อมหินขนาดใหญ่ถมคอสะพานจนแล้วเสร็จ 

ชาวบ้านใช้เส้นทางได้แล้ว และเจ้าหน้าที่ อบจ.สุราษฎร์ธานี ได้เข้าช่วยฉีดน้ำล้างบ้านล้างโคลน และทำความสะอาดบ้านให้กับชาวบ้านด้วย

ด้าน นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย​ ก่อนเผยว่า อุทกภัยสร้างความเสียหายให้ชาวบ้าน 328 ครัวเรือน 1,065 คน ในพื้นที่ 10 หมู่บ้าน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอวิภาวดี, ท่าฉาง และไชยา มีบ้านพังทั้งหลัง 11 หลัง และเสียหายบางส่วน 29 หลัง ถนนชำรุด 25 สาย คอสะพานชำรุด 18 แห่ง

ส่วนผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงใกล้ทางไหลของน้ำ ได้ทำความเข้าใจให้ย้ายออก แต่หลายคนยืนยันจะอยู่ที่เดิม จึงช่วยเหลือได้เพียงค่าซ่อมแซมบ้านวงเงินไม่เกิน 49,500 บาท ส่วนบ้านที่พังทั้งหลัง หากย้ายไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยและมีเอกสารสิทธิ ก็มีกองทุนก่อสร้างบ้านให้ วงเงินไม่เกิน 220,000 บาท