เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : กทม. เมืองหลวงที่การพัฒนายังไม่เท่าเทียม

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตีตรงจุด วันนี้ ยังเกาะติดกับการนำเสนอเรื่องราวของ กทม. เพื่อฝากปัญหาให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ได้พิจารณาแก้ไข วันนี้จะเป็นเรื่องอะไร ไปติดตามกับคุณกาย สวิตต์

มักมีคำกล่าวว่า ทำไมการพัฒนาและความเจริญ จึงกระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งก็เป็นความจริง เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง ก็เลยเป็นศูนย์รวมทุกอย่าง แต่ในกรุงเทพฯ เอง ก็ใช่ว่าจะเจริญแบบเท่าเทียมกัน

หลัก ๆ แล้วกรุงเทพฯ จะแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ กรุงเทพฯ เขตชั้นใน มีทั้งหมด 21 เขต อาทิ พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต คลองเตย และราชเทวี ลักษณะพื้นที่ก็จะเป็นย่านธุรกิจการค้า มีสถานศึกษาชื่อดังอยู่หลายแห่ง ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับโซนอื่น ๆ และแน่นอนว่าจ่ายแพงก็จะได้ความสะดวกสบายมากกว่า เพราะถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางคมนาคมของกรุงเทพฯ มีทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส เอ็มอาร์ที แอร์พอร์ตเรล ลิงก์ และบริการขนส่งสาธารณะ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถานีขนส่งหมอชิต สถานีรถไฟหัวลำโพง และสถานีขนส่งเอกมัย ด้วย แต่คนชั้นในกรุงเทพฯ ก็ต้องเผชิญกับรถติดสุด ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน

โซนที่สอง คือ กรุงเทพฯ เขตชั้นกลาง มีทั้งหมด 18 เขต อาทิ พระโขนง ลาดพร้าว สวนหลวง และคันนายาว ลักษณะพื้นที่แม้จะไม่ใช่ย่านธุรกิจโดยตรง แต่ก็ถือว่าเป็นย่านที่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รถไฟฟ้าเริ่มเข้าถึงในบางเขต จึงส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นเช่าหรือซื้อ เริ่มสูงขึ้น

พื้นที่สุดท้าย คือ กรุงเทพฯ เขตชั้นนอก มี 11 เขต อาทิ มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง บางขุนเทียน ทวีวัฒนา และสะพานสูง ก็เรียกว่าห่างจากใจกลางเมือง ความสะดวกสบายเรื่องการเดินทางก็จะน้อยกว่าสองพื้นที่แรก ส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งรถเมล์ และรถตู้

แต่เมื่อเราตรวจสอบถึงปริมาณความหนาแน่นของประชากร หรือ ความแออัดใน กทม. จะพบว่า กทม. มีความหนาแน่นน้อยกว่าเมืองใหญ่ในประเทศอื่น ๆ ซึ่งหากคิดถึงพื้นที่ของ กทม. กว่า 1,500 ตารางกิโลเมตร บนฐานประชากร 10 ล้านคน ก็จะเฉลี่ยมีผู้อาศัยอยู่ราว ๆ 8 คนต่อไร่ หรือหากตามมาตรฐานผังเมือง พื้นที่ 1 ไร่ จะมีบ้านเดี่ยวเพียง 3 หลังเท่านั้น ซึ่ง กทม. ก็ยังถือว่าความแออัดน้อยกว่าโตเกียว และนิวยอร์ก ซึ่งมีสัดส่วนความหนาแน่นของประชากรมากกว่านี้ หรือหากจะวัดกันให้เห็นภาพชัดเจน การมีพื้นที่ถนน ซึ่งหากจะเป็นเมืองสัญจรที่ดีจะต้องมีถนนอยู่ที่ 20-25 เปอร์เซ็นต์ หรือมีถนนราว 1 ใน 4 ของเมือง แต่ กทม. มีเพียง 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยกว่านิวยอร์ก ซึ่งมีพื้นที่ของถนนถึง 38 เปอร์เซ็นต์ และโตเกียวมีพื้นที่ของถนนถึง 28 เปอร์เซ็นต์

ตามความเห็นของนักวิชาการด้านผังเมือง เสนอว่า กทม. ต้องแก้จุดอ่อนเดิม และใช้มาตรการภาษีที่ดินเข้ามาผูกไว้กับการพัฒนาเมือง เพื่อให้ความหนาแน่น หรือ ความแออัดที่เกิดขึ้น เติบโตไปอย่างมีศักยภาพ คนเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างทั่วถึง

สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กับคน กทม. ในปี 2556 กลับกลายเป็นว่า คน กทม.ในเขตชั้นนอก ใช้สิทธิมากกว่าเขตชั้นใน คือ เขตทวีวัฒนา กับเขตสะพานสูง ขณะที่ เขตคลองเตย ดุสิต และราชเทวี มีคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุด จะพัฒนาเมืองไปอย่างไร สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือการให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ติดตามทุกความเคลื่อนไหว เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ : www.ch7.com/bangkokelection