เช้าข่าว 7 สี

หารือหลายหน่วยงาน แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เช้าข่าว 7 สี - ตั้งแต่ที่ตำรวจเปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์มาได้ประมาณ 2 เดือน ตอนนี้มีผู้เสียหายร้องเรียนเข้ามาในระบบแล้วเกือบ 25,000 เรื่อง รวมความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท แต่ยังอายัดเงินไว้ได้แค่ 76 ล้านบาท ตำรวจจึงนัดหลายหน่วยงานมาหารือ เพื่อแก้ไขปัญหา

ผู้ที่เข้ามาประชุมก็มีตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย, สมาคมสถานบันการเงินของรัฐ, กสทช., ป.ป.ง. และ ก.ล.ต. ที่มาหารือเพื่อวางแนวทางเร่งรัดแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และคดีอาชญากรรมทางโลกออนไลน์ ที่นับตั้งแต่เปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ถึง 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียหายแจ้งความเข้ามาในระบบ 24,999 เรื่อง ความเสียหายรวม 2,069 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการหลอกลวงด้านการเงิน มีคดีที่มีความเชื่อมโยงกันถึง 5,079 คดี ขออายัดเงินไปแล้ว 6,593 บัญชี สามารถอายัดเงินได้ทันประมาณ 76 ล้านบาท

พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนร้ายมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ โดยล่าสุดพบว่า เริ่มใช้การโทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอเน็ต, ใช้การจ้างคนเปิดบัญชีธนาคารแล้วโอนเงินกระจายไปในหลายบัญชี ก่อนนำเงินในบัญชีปลายทางไปซื้อเงินสกุลดิจิทัล จึงนัดหลายฝ่ายมาหารือเพื่อหาวิธีเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้นกว่าการก่อเหตุของคนร้าย

ทั้งนี้ แต่ละหน่วยงานได้เสนอวิธีการแก้ปัญหาที่น่าสนใจ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย จะออกข้อกำหนดเรื่องจำนวนการเปิดบัญชีธนาคาร การอายัดแบบจำกัดวงเงิน การจัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน, ออกประกาศให้ธนาคารจัดทำช่องทางให้ประชาชนสามารถอายัดเงินได้เองผ่านทางแอปฯ ของธนาคาร

ตลอดจนการใช้อำนาจของกระทรวงดิจิทัลฯ และ กสทช. ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เช่น ลงทะเบียนเปิดซิมได้คนละไม่เกิน 5 ซิม, บังคับให้โชว์หมายเลข 00000 หากมีการส่งโฆษณา หรือใช้หมายเลขปลอมโทรศัพท์ผ่านทางอินเทอเน็ต เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกต, ให้ระงับเส้นทางการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่ให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิด รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ทันกลอุบายใหม่ ๆ ของมิจฉาชีพ เพื่อจะได้ระมัดระวังป้องกันตัวเอง