เช้าข่าว 7 สี

ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบทุกประเด็นที่แย้งคดีแตงโม

เช้าข่าว 7 สี - ไม่ว่าจะเป็นข้อสงสัยเรื่องบาดแผลศพแตงโม, แช็ตหลุด, พยานหลักฐานปลอม หรืออะไรก็ตาม ผู้บัญชากาตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน ได้สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็น และเชื่อว่า เมื่อคดีนี้เข้าสู่กระบวนการชั้นศาลแล้ว ข้อสงสัยต่าง ๆ จะคลี่คลายเอง

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีความเคลื่อนไหวออกมาต่อเนื่องจาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ทั้งการแถลงข่าวตั้งข้อสังเกตต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา, ยื่นเรื่องร้องเรียนให้หน่วยงานเอาผิดข้าราชการตำรวจ ที่เชื่อว่าปฏฺิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือกระทำผิดในการสร้างหลักฐานเท็จ, เรื่องที่มายื่นหนังสือขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายตำรวจ 4 นาย รวมถึงที่ล่าสุดจะไปติดตามความคืบหน้ากับทางอัยการ

พลตํารวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทุกประเด็นได้สั่งการให้จเรตำรวจไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้คณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้ตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม เช่น เรื่องบาดแผลที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ แต่เกิดจากของมีคมอื่น เรื่องนี้ตรวจสอบแล้วยืนยันว่า ในจุดเกิดเหตุไม่พบมีด หรือของมีคมอื่น ที่สามารถทำให้เกิดบาดแผลดังกล่าวได้ พร้อมกับยอมรับว่าหากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ ในช่วงที่เห็นแตงโมตกเรือ การสอบสวนจะทำได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อไม่มี ก็ต้องหาพยานหลักฐานอื่นมาประกอบ เพื่อคลายข้อสงสัยในส่วนนี้ให้ได้

ส่วนที่มีการตั้งประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ ในกระแสออนไลน์ ยอมรับว่า ไม่สามารถนำพยานหลักฐานต่าง ๆ มาถกเถียงด้วยได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน แต่ยืนยันได้ว่าการดำเนินการทำไปตามกระบวนการยุติธรรม มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนชุดใหญ่มากำกับดูแล การสอบสวนไม่มีการตั้งธงคดีไว้ล่วงหน้า เป็นการทำไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ คลี่คลายคำถามที่ตั้งไว้ทีละประเด็น เชื่อว่าหากคดีนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลแล้ว เมื่อศาลพิพากษาคดีก็จะคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมได้ เช่นเดียวกับคดีเกาะเต่า ที่เคยถูกจับตามองไม่ต่างจากในคดีนี้

กรณีที่มีการนำหลักฐานทางคดีไปแถลงข่าว หรือเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ที่พิจารณาแล้วเข้าข่ายเป็นการทำให้ได้รับความเสียหาย ได้สั่งให้ตรวจสอบแล้วว่า ข้อมูลหลุดไปในช่องทางใด ใครนำไปเผยแพร่ และให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม เพราะหากตำรวจนิ่งเฉยก็เท่ากับยอมรับว่า ข้อกล่าวหาเหล่านั้นเป็นความจริง

สำหรับเรื่องที่อัยการสั่งให้ตำรวจสอบสวนเพิ่ม 20 ประเด็น ตำรวจได้ดำเนินการเสร็จสิ้นและส่งให้อัยการไปพิจารณาต่อแล้ว แต่หากมีประเด็นที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมมากขึ้น ก็พร้อมจะดำเนินการต่อตามคำสั่งของอัยการ

นางสุภาภรณ์ นิปวณิชย์ พนักงานอัยการ จังหวัดนนทบุรี ระบุว่า เหตุที่นายอัจฉริยะ เดินทางมาขอพบแล้วไม่ได้พบเมื่อไม่กี่วันก่อนนั้น เนื่องจากช่วงเช้าติดประชุมชี้แจงแผนปฏิบัติการฯ ระดับชาติ การบริหารจัดการคดีและช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานหรือบริการ จึงไม่ทราบว่ามีผู้มาติดต่อขอเข้าพบ แต่อย่างไรก็ตามตามปกติแล้วจะไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีเข้าพบอยู่แล้ว เว้นแต่บุคคลนั้นจะเป็นพยาน หรือผู้ที่เรียกมาซักถามข้อสงสัยเพิ่มเติมตามอำนาจของอัยการ