สนามข่าว 7 สี

เปิดคำรับสารภาพ ทหารยศสิบเอก ยิงเพื่อนร่วมวงสุราเสียชีวิต

สนามข่าว 7 สี - คดีทหารยศจ่าสิบเอก ถูกกระหน่ำยิง 6 นัด เสียชีวิตบริเวณบ้านพักที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยต่อมาตำรวจสืบสวนทราบตัวผู้ก่อเหตุไม่ใช่ใครอื่น ก็คือเพื่อนทหารที่นั่งร่วมวงดื่มสุราด้วยกัน หลังลงมือสังหารแล้วได้จัดฉากทำลายหลักฐาน แต่สุดท้ายหนีผลการกระทำไม่พ้นถูกจับกุมตัวได้

เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 10 ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี เข้าตรวจสอบเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 คน ทราบชื่อ จ่าสิบเอก วีรณัฎฐ์ จันดาเพ็ง อายุ 35 ปี ตามร่างกายมีรอยถูกยิงรวม 6 แผล ขณะเดียวกันตำรวจยังพบขวดสุรา 3 ขวด ถ้วย จาน ชาม, แก้วน้ำ, บุหรี่ 1 ซอง วางอยู่บริเวณบ้านที่เกิดเหตุด้วย

จากการสอบสวนทราบว่าคืนเกิดเหตุ (11 พ.ค.) จ่าสิบเอก วีรณัฎฐ์ อยู่บ้านคนเดียว เนื่องจากภรรยาและลูกไม่อยู่บ้าน แต่ทราบว่าคืนดังกล่าวได้มีเพื่อนทหาร 2 นาย มาหาที่บ้านและตั้งวงดื่มสุราด้วยกันกับผู้เสียชีวิต โดยเพื่อนบ้านเล่าว่าเวลาเกือบ 01.00 น. ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด พร้อมกับมีเสียงคนทะเลาะวิวาทกัน และมีเสียงผู้หญิงกรีดร้อง ตะโกนว่า "อย่า ๆ" ก่อนจะมีรถกระบะขับออกไป และที่น่าสงสัยคือบ้านหลังนี้เจ้าของได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตามจุดต่าง ๆ รวม 3 ตัว แต่มี 1 ตัว ที่หันหน้าออกบันทึกภาพบริเวณหน้าบ้านได้สูญหายไป

จากข้อมูลที่ตำรวจสืบสวนได้ในเบื้องต้นจึงทยอยเชิญตัวบุคคลต่าง ๆ ทั้งเครือญาติ เพื่อนบ้าน รวมทั้งเพื่อนทหาร 2 นาย ที่มานั่งดื่มสุราด้วยกันกับผู้เสียชีวิตก่อนจะมีคนมาพบเสียชีวิต เพื่อสอบสวนหาข้อมูลเชื่อมโยงคนร้าย โดยพบหนึ่งในกลุ่มเพื่อนทหารเอาแต่นั่งร้องไห้ฟูมฟายใหญ่โต และคร่ำครวญเชิงอาลัยอาวรกับการจากไปของผู้เสียชีวิต ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ หรือสงสัยว่าเพื่อนทหารนายนี้จะเป็นผู้ที่ยิง จ่าสิบเอก วีรณัฎฐ์

แต่พอตำรวจเชิญตัวไปสวนสวนโดยสอบไปสอบมาอย่างละเอียด จนในที่สุด สิบเอก ณัฐวุฒิ เกตุสรีระ ยอมเปิดปากรับสารภาพว่าเขานี่แหละที่เป็นคนลั่นไกยิง จ่าสิบเอก วีรณัฎฐ์ จริง เนื่องจากโกรธแค้นที่ผู้เสียชีวิตเมาควบคุมสติไม่อยู่ โดยใช้มือผลักแฟนสาวของตนเองจนล้ม สิบเอก ณัฐวุฒิ จึงเดินไปที่รถหยิบอาวุธปืนขนาด 11 มิลลิเมตร มากระหน่ำยิง จ่าสิบเอก วีรณัฎฐ์ จนเสียชีวิต เมื่อก่อเหตุสำเร็จก็ทำลายหลักฐาน เก็บปลอกกระสุนปืน, ถอดกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ และถอดซิมการ์ดออก นำไปโยนทิ้งที่อ่างเก็บน้ำเขาอีโต้ ส่วนอาวุธปืนนำไปทิ้งในค่ายทหารที่ตนเองทำงานอยู่ แล้วเดินทางกลับบ้านพัก และกลับมาบ้านผู้เสียชีวิตอีกครั้งโดยทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สุดท้ายก็หนีความผิดกับสิ่งที่ก่อไว้ไม่พ้น เมื่อวานนี้หลังความจริงปรากฏมัดตัว สิบเอก ณัฐวุฒิ ตำรวจจึงนำตัวไปชี้จุดทิ้งกล้องวงจรปิดเพื่อลงงมหา ซึ่งพบกล้อง แต่ไม่พบซิมการ์ด ส่วนอาวุธปืนของกลางตรวจยึดได้ในค่ายทหาร พร้อมกับเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง

และเมื่อคืนที่ผ่านมา พนักงานสอบสอบได้คุมตัวผู้ก่อเหตุมาเค้นสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่ามีสาเหตุอื่นที่แอบแฝงนำไปสู่การลงมือสังหารหรือไม่ พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา สิบเอก ณัฐวุฒิ ไปด้วยกัน 4 ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ทำลายหลักฐาน, พกพาอาวุธปืน และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวอื่นในหมวด