7HDร้อนออนไลน์

พระบิดาเจ้า ลัทธิประหลาด อ่วม! ตำรวจจ่อแจ้งเพิ่มอีก 6 ข้อหาหนัก รวม 8 ข้อหา

14 พฤษภาคม 2565 ความคืบหน้ากรณีนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา พร้อมทีมงานสื่อมวลชนหลายสำนัก นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.คอนสาร พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสำนักปฏิบัติธรรมปลัดที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา บ้านกุดแคน หมู่ที่ 2 ตำบลดงกลาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ หลังมีชาวบ้านร้องเรียน ว่าบริเวณสำนักแห่งนี้มีการกักขังผู้มาปฏิบัติธรรมและรักษาโรคโดยวิธีการแบบแปลกประหลาดไม่ถูกสุขลักษณะ จึงนำกำลังเข้าดำเนินการตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 65 ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบ นายทวี อายุ 74 ปี บุคคลซึ่งอ้างตนว่าเป็นฤาษี ชื่อพระบิดา อยู่ในสำนักดังกล่าว สามารถรักษาโรคต่างๆได้ จนมีชาวบ้านหลงเชื่อมารักษาตัวประมาน 30 คน นอกจากนี้ยังพบโลงบรรจุศพอีกจำนวน 11 ศพ บางศพก็มารักษาและเสียชีวิตที่นี่ บางศพก็เสียชีวิตที่บ้านแล้วนำศพมาให้พระบิดาตามความเชื่อ

ล่าสุดวันนี้ หลังนายชาญชัย ศรศรีวิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่การปกครองจังหวัดตำรวจ ป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนท.สนง.ปศุสัตว์และ จนท.จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าตรวจสอบเก็บหาหลักฐานต่างๆโดยแยกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆได้ออกหาหลักฐานมานำมาแจ้งความดำนินคดีกับพระบิดา โดยได้ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิได้เก็บตัวอย่างน้ำหมักต่างๆในโอ่งนับ 100 ใบ พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำในบ่อหมักแจ่วปลาร้าบองแซบหลาย ที่ตรวจพบมีวางขายในร้านของชำในหมู่บ้าน ต.ดงกลง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ อยู่ 2 แห่ง มีการตรวจยึดนำมาเป็นของกลางในการดำเนินคดีกับพระบิดาเพิ่ม และเก็บปลาร้าบองพระบิดาแซบหลาย ออกจากร้านหมดแล้ว ส่วนอำเภออื่น ๆ ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ไม่พบมีวางจำหน่าย ส่วนปลาร้าบองแซบหลาย ได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการณ์สาธารณสุขฯ คาดว่าจะทราบผลภายใน 7 วัน

ส่วนเจ้าหน้าที่ อส.ฝ่ายปกครอง ได้ขุดหาหลักฐานต่างๆโดยรอบสำนักฯ นอกนั้นยังได้ให้ปศุสัตว์ได้มาทำการตรวจนับสัตว์ต่างๆทั้งที่ผิดกฎหมายและถูกกฎหมายก พร้อมทำบัญชีการตรวจนับ พบว่าภายในวัดยังมีสัตว์จำนวนมากประกอบด้วยประกอบด้วยโค(วัว) 11 ตัว กระบือ(ควาย) 5 ตัว กวางพันธุ์รูซ่า 15 ตัว ไก่ไข่ประมาณ 30 ตัว ไก่พื้นเมืองและไก่งวงอีกจำนวนหนึ่งที่กระจายอยู่ตามตัวไม้ในพื้นที่ เป็ดเทศ ประมาณ 15 ตัว สุนัขประมาณ 40 ตัว แมว 20 ตัว อีกัวน่า 1 ตัว หนูตะเภา จำนวน 24 ตัวซึ่งขณะนี้พบว่าสัตว์ต่างที่อาศัยอยู่ในสำนักประหลาดของพระบิดาฯ กำลังอดอาหารหิวโซ โดยมีชาวบ้านนำอาหารเม็ดมาวางไว้หมาสุนัขกิน เบื้องต้นถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่าหรือที่สาธารณะ และ พรก.ฉุกเฉิน สาธารณสุข ควบคุมตัวส่งฝากขังศาล จ.ชัยภูมิ และได้รับประกันตัวในชั้นศาล 5 หมื่นบาท

หลังเข้าตรวจสอบ ตรวจค้นตามพื้นที่ภายในสำนักฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมแจ้งดำเนินคดีกับ นายทวี หรือพระบิดา หรือนายโจเซบเพิ่มอีก 6 ข้อหา รวมเป็น 8 ข้อหาหนัก ทั้ง
1.ข้อหาการบุกรุกที่สาธารณะประโยชน์
2.ข้อหาการรักษาโรค ผิด พ.ร.บ.ความสะอาดของสาธารณสุขฯ
3.ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ตาม พ.ร.ก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
4.ปลูกผลิตกัญชา
5.มีซากสัตว์ป่าสงวนไว้ในครอบครอง
6.เจาะบ่อบาดาลและใช้น้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาต
7.ดำเนินคดีในฐานทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 11,73(มีไม้พะยูง 40 ท่อนอยู่ในสำนักฯ)
8. ฐานมีไม้ท่อนหวงห้าม (มีไม้เต็งรังจำนวน11ท่อน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 69


นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ป่าไม้อได้ทำการจับพิกัดพบว่า นายทวีฯพระบิดา ได้บุกรุdที่ป่าไม้สาธารณะจำนวน 26 ไร่กว่า นั้นหมายความว่าอยู่ในเขตป่าไม้ 2484 และตามมาตรา 4 วงเล็บ 1 ที่ระบุที่ดินที่ยังมีผู้ได้มา ตามประมวลกฏหมายที่ดินซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ยังต้องดูแล ดังนั้นการเข้ายึดถือครอบครองทำประโยชน์โดยไม่ได้ขออนุญาตจากกรมป่าไม้ ถือว่าเป็นการบุกรุกอย่างแน่นอน จึงมีความผิดตาม พรบป่าไม้ 2484 มาตรา 54,55 อีกกระทง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าแจ้งความดำเนินการตามกฎหมายกับนายทวีหรือพระบิดาเพิ่มเติ่มต่อไป

พ.ต.ท.ธนะสิทธิ์ อุดมพรวรชัย สว.(สอบสวน) สภ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ พร้อมทั้งได้สั่งการให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ จัดกำลัง ในพื้นที่จัดเวรยาม เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และบริเวณโดยรอบหมู่บ้านแล้ว เพื่อป้องกันการจะมีการเข้ามาขโมยทรัพย์สินและทำลายหลักฐาน ก่อนที่จะมีการติดประกาศขนาดใหญ่อีกจำนวน 3 ป้ายบริเวณปากทางเข้าระบุ 1.)พื้นที่กำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ 2.)ป้ายกำหนดพื้นที่หวงห้ามเข้า-ออก 3.)ป้ายขอให้ออกจากพื้นที่ที่เกิดข้อพิพาท ซึ่งหลังจากนี้ก็มีเจ้าหน้าที่มาคอยอำนวยความสะดวกพร้อมปิดกันทางเข้าออกอย่างถาวร อีกทั้งยังได้รอการตรวจสอบปลาร้าของทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ และรอกรมอุทยานสัตว์ป่าภูเขียว เข้ามาแจ้งความ เนื่องจากในส่วนที่พบยังมีทั้งศากสัตว์และโครงกระดูกของสัตว์สงวน ก่อนรวบรวมพยานต่างไว้เพื่อรอ ดำเนินคดีต่อไป

ข่าวอื่นในหมวด