7HDร้อนออนไลน์

คาร์บอนเครดิตเปิดโอกาสธุรกิจสีเขียว

#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต้องปรับตัวตามกระแสสังคมคาร์บอนต่ำ พยายามลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิต องค์กรสามารถนำปริมาณคาร์บอนเครดิตไปใช้ในการรายงานผลการดำเนินงานขององค์กร เพื่อใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ผลิตภัณฑ์ งานอีเว้นท์ และบุคคล ตลอดจนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร นำไปสู่การเปิดโอกาสในธุรกิจรับจ้างปลูกป่าและธุรกิจสีเขียวต่างๆ

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ย้ำให้เห็นถึงประเด็นเรื่องก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ ภาวะโลกร้อนและผลกระทบ ตลอดจนข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ที่จะมาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจ พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ในปี 2540 ถือเป็นต้นกำเนิดของคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างข้อกำหนดพันธะกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

“คาร์บอนฟุตพรินต์คืออะไร” สรุปสั้นๆ คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วยตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เริ่มต้นตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งาน จนถึงการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน โดยคำนวณออกมาในรูปแบบของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บริโภคมีข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ อบก. จึงได้กำหนดมาตรฐานฉลาก และ/หรือ เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพรินต์ ที่ติดบนผลิตภัณฑ์เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภค

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. มีภารกิจสร้างความรับรู้เรื่องภาวะก๊าซเรือนกระจก มีการกำกับดูแลมาตรฐานการวัด ตลอดจนการสร้างตลาดคาร์บอน เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจในการปรับตัวให้เข้าสู่เป้าหมายระดับต่าง ๆ และยกระดับการวัดของไทยอยู่ในมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งส่งเสริมกิจการให้รวมตัวเป็นเครือข่ายลักษณะ “Carbon Footprint Network” ที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโดยสมัครใจ เพื่อเตรียมพร้อมในการปรับตัวสู่กติกาโลกที่กำหนดขึ้นใหม่ ในปี 2564 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีก่อตั้งเครือข่าย Carbon Markets Club เพื่อสนับสนุนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตและใบรับรองสิทธิในการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบดิจิทัลเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกเป็นครั้งแรก

“แนวโน้มการจัดเก็บภาษีคาร์บอน” วัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีต้นทุนหรือมีราคาที่ต้องจ่ายสูงขึ้น ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ลดลง ซึ่งจากมาตรการ Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM ของสหภาพยุโรป ที่จะใช้มาตรการ CBAM เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ทำให้สินค้าที่นำเข้าไปขายในสหภาพยุโรป จะต้องเสียภาษีคาร์บอนซึ่งกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการศึกษาใน 5 สินค้าหลัก คือ ซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย และบริการไฟฟ้า

“บริษัทเอกชนทั้งระดับกลางและใหญ่มุ่งทำกิจกรรมเพื่อเอาคาร์บอนเครดิต” อบก. ได้กำหนดกิจกรรมช่วยลดก๊าซเรือนกระจกที่สามารถพัฒนาเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ได้แก่ 1) การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน 2) การพัฒนาพลังงานทดแทน 3) การจัดการของเสีย 4) การจัดการในภาคขนส่ง 5) การปลูกป่า/ต้นไม้ 6) การอนุรักษ์/ฟื้นฟูป่า และ 7) การเกษตร ขอยกตัวอย่างหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นที่นิยมและได้เครดิตสูงคือ “การปลูกป่าชายเลน”

ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของไทยให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2065 ทั้งนี้ได้มีการออกระเบียบว่าด้วยการปลูกและบำรุงป่าชายเลนสำหรับองค์กรหรือบุคคลภายนอก พ.ศ. 2564 รวมถึงพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขอรับพื้นที่ไปปลูกป่าชายเลนเพื่อดูดซับคาร์บอน และไปใช้เพื่อประโยชน์ทางคาร์บอนเครดิตของภาคธุรกิจ สำหรับ แผนระยะยาว ( พ.ศ. 2565-2575) ได้กำหนดเป้าหมาย 3 แสนไร่ ในการจัดสรรพื้นที่ให้กับภาคธุรกิจในการเข้ามาร่วมปลูกป่าชายเลน เพื่อคาร์บอนเครดิตในการช่วยกิจกรรมการส่งออก ซึ่งในปี 2565 นี้ มีการประกาศพื้นที่เป้าหมายพร้อมจัดสรรให้กับภาคเอกชน 4.4 หมื่นไร่

เห็นได้ว่ากระแสสังคมคาร์บอนต่ำเป็นตัวเร่งให้องค์กรต่างๆต้องปรับตัวและเน้นกิจกรรมที่ช่วยลดคาร์บอน จึงนำไปสู่การเปิดโอกาสธุรกิจรับจ้างปลูกป่าและธุรกิจสีเขียวประเภทต่างๆ